USA & Canada 2009 (Part 1)

posted on 07 Nov 2009 23:55 by srpgg

กลับมาแล้วครับ .....มาตั้งแต่วันที่ 1 แล้วแต่พึ่งมีแรงอัพ เพราะลาพักร้อนรอบนี้รู้สึกเหมือนเอาพลังงานไปทิ้ง พอกลับมาก็ยังเกิดอาการ Jet lag ต่อเนื่อง ตอนกลางคืนนอนไม่หลับ เพราะเวลาที่นู่นมันยังเป็นกลางวัน พอตอนกลางวันก็ง่วงจะหลับแทน (.....เกือบหลับคาห้องประชุมไปทีนึงละ OTL ) จนถึงตอนนี้ก็ยังเหมือนร่างกายปรับเวลาไม่ค่อยได้ ตื่นมาตอนตี 4 ตี 5 ตลอด ทั้งๆที่พยายามนอนดึกเหมือนปกติแล้ว แล้วมันก็จะไปง่วงตอนบ่ายๆ..... แต่ช่างมันเหอะ เดี๋ยวก็ปรับได้เองมั้ง เหอๆ

ที่ไปอเมริกาคราวนี้ประมาณครึ่งเดือน นานกว่าที่ไปญี่ปุ่นเมื่อเดือนก่อน แต่เหมือนเวลาเที่ยวจะน้อยกว่าอีกครับ เพราะเวลาหมดไปกับการเดินทาง ทั้งข้ามเมือง ข้ามประเทศ ข้ามทวีป (แค่ข้ามเมืองนี่บางทีก็นานเท่าข้ามประเทศแล้ว เมืองอยู่คนละฟากของทวีป  OTL ) เริ่มจากลงเครื่องครั้งแรกที่ Alaska ก่อนจะข้ามไปอีกฝั่งของทวีปที่ New York ขึ้นเหนือข้ามประเทศไปแคนาดา แล้ววนกลับมาข้ามไปอีกฝั่งของทวีปอีกรอบ ก่อนจะไปจบที่ Los Angeles ตามแผนที่ข้างล่าง

เพื่อไม่ให้เสียเวลา เริ่มแปะรูปไปเลยละกัน

วันที่ 1 จาก Anchorage ไป New York

วันแรกที่เข้าอเมริกานี้ถือว่าเข้าที่เมือง Anchorage ใน Alaska ครับ เพราะเครื่องต้องแวะพักที่ Anchorage ก่อนจะบินต่อไป New York แล้วก็ให้ผู้โดยสารผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองที่นี่ไปเลย ซึ่งก็ดี เพราะคนน้อย (มีแต่คนจากลำที่ผมนั่งมา เหอๆ) ถ้ารอไปผ่านด่านที่สนามบิน JFK ใน New York คงต้องรอนาน เพราะคนจะเยอะมาก เนื่องจาก JFK ได้ชื่อว่าเป็นสนามบินที่วุ่นวายที่สุดในอเมริกา (ขนาดเครื่องลงถึงพื้นแล้วยังต้องรอตั้งนานกว่าจะได้เข้าไปจอด เหอะๆ)

ผมออกจากไทยตอนประมาณ 8.30 น. ไปพักเครื่องกลางทางทีนึงก่อน แล้วมาถึง Anchorage ก็ประมาณ 9.00 น. ของวันเดียวกัน สรุปใช้เวลาเดินทางจากไทยประมาณ 30 นาที เครื่องบินบินได้เร็วมาก .............ซะเมื่อไหร่ จริงๆย้อนเวลาเอาน่ะครับ คนเราถึงไม่มี Time Machine ก็สามารถย้อนเวลากันได้ไม่ยาก เหอๆ (เพราะเวลาที่ Alaska ช้ากว่าไทย 16 ชม. เวลาไทยจริงๆขึ้นวันใหม่ไปแล้ว)

สำหรับที่ Alaska นี่ที่บ้านเคยมากัน 2 - 3 รอบแล้วครับ มียกเว้นผมคนเดียวที่ไม่ได้มาด้วยซักครั้ง นี่ก็เลยถือว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้เหยียบ Alaska (ถึงจะได้เหยียบแต่ในสนามบินก็เถอะ) ก็เลยเดินสำรวจ Alaska นิดนึง (แค่สนามบินก็ยังดีฟะ เหอๆ) ก่อนจะกลับขึ้นเครื่องบินลำเดิมต่อไปยัง New York อีกประมาณ 7 ชม. (...พอๆกับบินจากไทยไปญี่ปุ่นเลยนะนั่น)


สนามบิน Anchorage มีสัตว์ท้องถิ่นสตาฟไว้เพียบ .......ไม่รู้สนามบินหรือพิพิธภัณฑ์

พอถึง New York ก็กลางคืนพอดี (เวลา New York เร็วกว่า Alaska 4 ชม.) ก็เลยขึ้น Taxi เข้าโรงแรมนอนเลย.......แต่ก่อนจะนอนก็ต้องช็อคเล็กน้อยเมื่อพบว่าเตียงโรงแรมมันสูงกว่าเอวผมอีก -_- (ผมสูง 175 ซม. ครับ) เรียกว่าจะขึ้นเตียงที่ก็ต้องปีนหรือไม่ก็กระโดดขึ้นเตียงไปเลย ใครนอนกลิ้งตกเตียงอาจถึงขั้นคอหักได้..... ยังดีว่าผมไม่ใช่พวกนอนกลิ้ง + เจอเตียงแบบนี้แค่โรงแรมเดียว ไม่งั้นคงกลุ้มตาย เหอๆ

วันที่ 2 จาก New York จะไป Newport

วันนี้ตื่นสายๆแล้วก็ออกจากโรงแรมเกือบเที่ยงไปลงเรือที่ท่าเรือ (มันคงไม่ไปลงเรือที่สนามบินหรอก เหอะๆ) เรือที่จะลงในครั้งนี้มีชื่อว่า C (นามสมมุติครับ เหอๆ) เรือ C ลำนี้สามารถจุผู้โดยสารได้ประมาณ 3,000 กว่าคน กับลูกเรืออีกประมาณ 1,000 คน เรือยาวประมาณ 290 ม. กว้างประมาณ 36 ม. ความสูง 17 ชั้น (ไม่รวมดาดฟ้าชั้นสูงสุดที่มีสนามบาสฯเล็กๆอีกชั้นนึง) บนเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่พักผ่อนพร้อม เช่น ฟิตเนส สปา โรงละคร โรงภาพยนตร์(กลางแจ้ง) ห้องอาหาร(บุฟเฟต์ 24 ชม.) ห้องสมุด ห้องพยาบาล สระว่ายน้ำ สนามบาส สนามกอล์ฟ(ปลอมๆ เป็นกอล์ฟ simulator ตีอยู่ในห้องเล็กๆ เหอๆ) บ่อนคาสิโน ผับ ฯลฯ เหมือนเป็นโรงแรมหรูๆลอยน้ำเลย


เรือ C (นามสมมุติ) กำลังจอดอยู่ที่ท่าเรือ ทางขึ้นลงเรือปกติจะอยู่ที่ชั้น 5 - 7


สระว่ายน้ำอยู่ชั้นบนเกือบสุด มี 4 สระ ตั้งแต่หัวเรือยันท้ายเรือ (นับเฉพาะสระใหญ่)


มี TV จอยักษ์ติดไว้เครื่องนึง ไว้ให้คนนอนดูหนังกลางแจ้ง


บนดาดฟ้ามีสวนเล็กๆ


มีโต๊ะปิงปองอยู่ข้างเรือด้วย


บนดาดฟ้าชั้นบนสุดๆ(คือสูงยิ่งกว่าชั้นดาดฟ้า เหอๆ)มีสนามบาสแบบครึ่งสนาม


ท้ายเรือมีผับอยู่บนชั้นลอยจากดาดฟ้าอีกที เวลาจะเข้าต้องเดินบนสะพานจากในเรือ


มีสระว่ายน้ำเล็กสำหรับเด็กด้วย


สระว่ายน้ำท้ายเรือ สระนี้มีป้ายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น .......สงสัยกลัวเด็กตกทะเล


ด้านข้างจะแขวนเรือเล็กเอาไว้ใช้ตอนพาคนขึ้นฝั่งที่ไม่มีท่าเรือใหญ่


เวลาจะลงเรือเล็ก ด้านข้างเรือใหญ่จะเปิดออกเหมือนเป็นท่าเรือของเรือเล็ก


ภายในเรือส่วนที่เป็นห้องพักผู้โดยสาร .....ทางยาวมาก

หลังจากขึ้นเรือเข้าห้องพักเก็บของ อย่างแรกที่ทำคือ กินบุฟฯ เหอๆ พอตอนบ่ายๆเรือก็ออกจาก New York เพื่อไปที่ Newport บนเกาะ Rhode Island ซึ่งจะถึงตอนเช้ามืดวันถัดไป ดังนั้นไม่มีอะไรทำแล้วก็เดินเล่นบนเรือ กินอาหารเย็น กลับห้องนอนเลย (ผับไมคิดจะเข้า ส่วนห้องสำหรับเด็กมี PS2 เรียงกันอยู่หลายเครื่อง แต่กำหนดว่าสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 17 .....กลับไปนอนเล่น PSP ที่ห้องก็ได้ฟะ)


ผ่านเทพีเสรีภาพด้วย


มีลอดใต้สะพานทีนึง

วันที่ 3 จาก .......กลางทะเล จะไป Boston

วันนี้เป็นวันที่เลวร้ายมากครับ โดนกัปตันเรือมาปลุกตั้งแต่เช้ามืดเลย (ปลุกทางลำโพง เหอๆ) โดยประกาศว่าเนื่องจากคลื่นลมแรงมาก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารจึงจะขอยกเลิกแผนที่จะเข้า Newport ( Newport ไม่มีท่าเรือใหญ่ ต้องลงเรือเล็กเข้าไป) และห้ามผู้โดยสารออกไปด้านนอกเรือเด็ดขาด..... ซึ่งก็คงต้องเชื่อตามที่กัปตันบอก เพราะเรือโคลงมากทั้งๆที่เป็นเรือใหญ่ โคลงถึงขั้นคนยืนยังเซ มึนมาก กินก็ไม่ค่อยลง ขนาดเกมยังแทบไม่ได้เล่นเลย (แปลว่ายังเล่นอยู่นิดนึง เหอๆ) สรุปไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนอย่างเดียว.....

วันที่ 3 อยู่ใน Boston แล้วจะไป Bar Harbor

วันนี้ตื่นเช้ามาพร้อมกับความสงบสุข เรือนิ่งมาก ไม่มีคลื่นลมใดๆทั้งสิ่ง เพราะจอดอยู่ที่ท่าเรือใน Boston แล้ว ก็เลยกินอาหารได้อย่างเต็มที่ก่อนจะลงไปที่ Boston

Boston นี้เป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของอเมริกาครับ แล้วก็ถือว่าเป็นเมืองแห่งการศึกษา เพราะในเขตแถวๆ Boston มีสถาบันการศึกษาอยู่เป็นร้อย ทั้ง Harvard ทั้ง MIT ก็อยู่ที่นี่ แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรมากหรอกครับ นั่งรถดูเมืองวนดูเมืองอย่างเดียว เหอะๆ


ในเมืองยังมีอาคารโบราณอยู่เยอะ สมกับเป็นเมืองเก่าแก่


7 Eleven แบบที่ไม่คุ้นตาเลย .......แปลกกว่า 7 Eleven สีน้ำตาลที่ Sounkyo อีก


7 สีทอง อย่างหรู.....

หลังจากนั้นก็ไป Duck tour ต่อ..... ทัวร์เป็ดนี้ผมเดาเอาว่าชื่อคงมาจากรถที่ใช้พาทัวร์ซึ่งสามารถลงน้ำเป็นเรือได้ คืออยู่ได้ทั้งบนบกและในน้ำเหมือนเป็ด เลยเรียก Duck tour นั่งรถบัสดูเมืองแล้วก็มานั่งรถเป็ดดูเมืองต่อ


หน้าตารถเป็ด มันก็เรือติดล้อดีๆนี่เอง


ลงน้ำแล้ว

พอขึ้นจากน้ำก็กลับขึ้นรถบัสไปที่ Quincy Market ตลาดที่เป็นประวัติศาสตร์ เพราะตั้งมาพร้อมๆกับเมือง Boston อายุเกือบ 200 ปีแล้ว


บริเวณ Quincy Market


อาคารหลักของ Quincy Market ที่เป็นประวัติศาสตร์

แล้วแถวนั้นก็บังเอิญมีรูปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่ด้วย ซึ่งผมก็ยังไม่รู้ว่าใบที่อยู่ข้างๆเป็นใบอะไร จะว่าพระสูติบัตรก็ไม่น่าใช่ เพราะที่เคยเห็นรูปไม่ใช่แบบนี้ แต่มีข้อมูลคล้ายๆพระสูติบัตร อาจจะเป็นใบทะเบียนอะไรซักอย่าง ซึ่งที่มุมขวาล่างก็มีข้อความว่า

PRESENTED
TO
THE PEOPLE OF THAILAND
AS A TOKEN OF AMITY BETWEEN
THE UNITED STATES AND THAILAND
BY
..................................................
..................................................
..................................................

ก็แปลได้ประมาณว่าเสนอแก่ประชาชนของไทยเสมือนเป็นเหรียญแห่งมิตรระหว่างสหรัฐกับไทยโดย.......(บริษัทอะไรซักอย่าง)


ของชิ้นนี้มีไว้เพื่อนำเสนอแก่ประชาชนชาวไทยโดยเฉพาะ


ขยายชัดๆ เห็นมีบอกว่า copy มาจากเมือง Cambridge (อยู่ติดกับ Boston)
ไม่แน่ใจว่าหมายถึงพึ่ง copy มาเพื่อมาแสดงที่นี่โดยเฉพาะ หรือ copy ไว้นานแล้ว

หลังจากนั้นก็ถึงเวลากลับเรือเพื่อออกเรือต่อไปที่ Bar Harbor ในวันถัดไป

วันนี้ขอตัดจบแค่นี้ครับ คิดว่าคราวนี้สามารถจบได้ภายใน 3 - 4 ตอน รับรองว่าไม่ยืดข้ามเดือนไปเป็น 7 ตอนเหมือนญี่ปุ่นแน่ เพราะนี่ก็เกิน 1 ใน 4 แล้วครับ (ไปนานกว่าแต่รูปน้อยกว่า ลำเอียงกันเห็นๆ เหอๆ)