.....รู้สึกจะหายหัวไปนาน

ก็ไม่ได้หายไปไหนหรอกครับ แค่ชีวิตวุ่นวาย ไม่มีเวลาอัพ ไปๆมาๆกลายเป็นหายไป 2 เดือน เหอๆ

วันนี้วันที่ 8/8 เลขสวย เป็นวันดี เพราะมีเวลาว่างนิดนึง(เกี่ยวมั้ย) ก็เลยรีบมาอัพก่อนจะหมดโอกาส

ครั้งนี้ก็จะกลับเข้าเรื่องเกมใหม่ ซึ่งออกมาตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. .......ก็เกือบเดือนแล้ว จริงๆก็กะจะอัพตั้งแต่เดือนที่แล้วแหละ แต่ชีวิตมันวุ่นวาย ไม่มีเวลาเล่นเลยไม่รู้จะอัพยังไง จนถึงตอนนี้ก็ยังเล่นไม่จบ พึ่งเล่นไปได้ประมาณครึ่งนึงเองมั้ง แต่ถ้าไม่อัพตอนนี้เดี๋ยวจะนานเกินกว่าที่จะเรียกว่าเกมใหม่ เกมนั้นก็คือ สงครามคนหล่อ Fire Emblem ภาคใหม่นั่นเอง

Fire Emblem ภาคใหม่นี้คือภาค Shin Monsho no Nazo - Hikari to Kage no Eiyuu เป็นเกม Simulation RPG ภาคต่อของภาค Shin Ankoku Ryu to Hikari no Ken ที่ลงเครื่อง DS ไปเมื่อปี 2008 ซึ่งมาคราวนี้ก็ยังลงเครื่อง DS เหมือนเดิม


Fire Emblem Shin Monsho no Nazo - Hikari to Kage no Eiyuu (.....ชื่อยาวจริงๆ)

สำหรับ Fire Emblem Shin Monsho no Nazo - Hikari to Kage no Eiyuu นี้จริงๆก็เป็นภาครีเมคครึ่งนึงของ Fire Emblem Monsho no Nazo เครื่อง SFC ที่ออกมาตั้งแต่ปี 1994 ซึ่งก็เป็นรีเมคของ Fire Emblem Ankoku Ryu to Hikari no Ken เครื่อง FC ในปี 1992 อีกที .........งงมั้ยเนี่ย ผมอ่านเองยังรู้สึกงงนิดๆเลย เหอๆ

สรุปใหม่ให้เข้าใจง่ายๆดังนี้

1. ครั้งแรกปี 1992 - Fire Emblem Ankoku Ryu to Hikari no Ken ลงเครื่อง FC

2. ต่อมาปี 1994 - Fire Emblem Monsho no Nazo ลงเครื่อง SFC เป็นรีเมคของภาค Ankoku Ryu to Hikari no Ken และเพิ่มเนื้อเรื่องใหม่ต่อไปอีกครึ่งนึง

3. ปีก่อน 2008 - Fire Emblem Shin Ankoku Ryu to Hikari no Ken ลงเครื่อง DS เป็นรีเมคของ Ankoku Ryu to Hikari no Ken เครื่อง FC หรือนั่นก็คือ รีเมคครึ่งแรกของ Monsho no Nazo เครื่อง SFC ส่วนครึ่งหลังกั๊กไว้ก่อน

4. ปีนี้ 2010 - Fire Emblem Shin Monsho no Nazo - Hikari to Kage no Eiyuu ลงเครื่อง DS เป็นรีเมคครึ่งหลังของ Monsho no Nazo เครื่อง SFC


Fire Emblem Monsho no Nazo ของเครื่อง SFC

สำหรับชื่อภาคของภาคนี้อ้างอิงจากชื่อภาคดั้งเดิม คือ Monsho no Nazo แล้วก็เพิ่ม Shin ที่แปลว่าใหม่เข้าไปข้างหน้าให้สอดคล้องกับภาคก่อนแล้วก็เติม Hikari to Kage no Eiyuu ต่อท้าย แปลรวมๆกันได้ประมาณว่า Fire Emblem ภาคความลึกลับแห่งตราสัญลักษณ์ - ผู้กล้าแห่งแสงและเงา

ชื่อ Hikari to Kage no Eiyuu หรือ ผู้กล้าแห่งแสงและเงา ที่เพิ่มเข้ามานี้น่าจะหมายถึงเนื้อเรื่องใหม่และระบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในภาคนี้นั่นก็คือระบบ My Unit

เนื้อเรื่องใหม่ที่เพิ่มมาคือ 1 ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาค Shin Ankoku Ryu to Hikari no Ken ได้มีเด็กคนหนึ่งเข้ามาเป็นทหารของอาณาจักร Altea และต่อมาเขาก็กลายเป็นทหารคนสนิทของเจ้าชาย Marth ตัวเอกของภาคที่แล้วและภาคนี้ด้วย ส่วนเนื้อเรื่องหลังจากนั้นก็ยังเป็นไปตามเดิมคือ ต่อมาวันหนึ่งเจ้าชาย Marth ได้รับคำสั่งจากจักรพรรดิ์ของอาณาจักศักสิทธิ์ Akaneia ให้ไปปราบกบฎที่โจมตีอาณาจักร Grust ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักศักสิทธิ์ Akaneia เจ้าชาย Marth ยังข้องใจกับการกบฎและคำสั่งในครั้งนี้ แต่ก็ไม่มีทางเลือกจึงต้องออกเดินทางเพื่อค้นหาความจริงทั้งหมด

ในส่วนของเนื้อเรื่องใหม่ที่เพิ่มเข้ามาคือทหารคนสนิทของ Marth ซึ่งเป็นที่มาของระบบ My Unit ทำให้เราสามารถสร้างตัวละครของเราได้เองตั้งแต่ชื่อ เพศ หน้าตา และอาชีพ


คนซ้ายคือเจ้าชาย Marth ตัวเอก ส่วน 2 คนขวาคือ My Unit แบบค่าเริ่มต้นที่ให้มา
เลือกได้ทั้งชายและหญิง


หลังจากเลือกชาย/หญิงแล้ว ก็มาปรับหน้าตาตามใจชอบ
ปรับได้ 3 ส่วนคือ หน้า ทรงผม และสีผม


ปรับได้ทั้งหน้าตาแบบดูดีและหน้าตาสำหรับพวกชอบของแปลก

นอกจากระบบ My Unit แล้ว ภาคนี้ยังเป็น Fire Emblem ภาคแรกที่เลือกลดระดับความโหดร้ายของเกมได้ โดยตอนเริ่มเกมจะมีให้เลือก 2 Mode คือ Classic Mode ซึ่งเป็น Mode ดั้งเดิมเหมือนทุกๆภาค ถ้าพวกเราตายก็จะตายจริงๆ หายไปจากเกมเลย กับ Classic Mode ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ถ้าตายแล้วแค่ถอนตัว ฉากต่อไปจะยังกลับมาให้ใช้ต่อได้ ซึ่งเหมือนภาคนี้จะลดระดับความโหดร้ายจากภาคที่แล้วลงมาก เพราะไอ้เงื่อนไขที่ให้ส่งคนไปตายเพื่อเข้าฉากลับแบบภาคที่แล้วก็ไม่มีแล้วด้วย เหอะๆ

นอกนันก็มีระบบปลีกย่อยขำๆเกี่ยวกับ My Unit คือ พอจบบางฉากจะมีบทสนทนา แล้วมีคำตอบให้เลือกว่าจะเอาหรือไม่ ซึ่งจะมีผลกับหน้าตาของ My Unit เช่น ใส่ผ้าคาดหัว, โกนหัว (.....ฉากนี้ลืมเซฟก่อน ยอมเล่นใหม่ทั้งฉากเพราะรับไม่ได้ OTL ), ใส่หมวกนักบวช, ใส่มงกุฎ เป็นต้น

ส่วนระบบอื่นๆก็ยังคงเหมือนเดิม


ตัวละครในภาคนี้มีเยอะมาก เพราะมาจากภาคที่แล้วเกือบครบ แล้วก็มีตัวใหม่เพิ่มมาอีก
ที่สำคัญ ไม่ต้องส่งคนไปตายเพื่อเอาตัวลับเหมือนภาคที่แล้ว.......


ระบบอื่นๆก็ยังเหมือนเดิม

สรุป Fire Emblem Shin Monsho no Nazo - Hikari to Kage no Eiyuu ก็ยังคงเป็นเกม Fire Emblem ที่เล่นสนุกเหมือนเคย ...........แต่ไม่มีเวลาเล่น เลยยังไม่จบซะที OTL

 

พึ่งสังเกต

2 ปีที่แล้ว อัพเรื่อง Fire Emblem Shin Ankoku Ryu to Hikari no Ken เมื่อวันที่ 8/8/08

ครั้งนี้ อัพเรื่อง Fire Emblem Shin Monsho no Nazo - Hikari to Kage no Eiyuu วันที่ 8/8/10

.......วันที่ 8/8 เหมือนกันเลย ไม่ได้ตั้งใจนะเนี่ย

edit @ 8 Aug 2010 16:26:41 by SRP