USA & Canada 2009 (Part 4)

posted on 28 Nov 2009 18:56 by srpgg

ต่อจากสัปดาห์ที่แล้วครับ

Part 1 ( http://srpgg.exteen.com/20091107/usa-canada-2009-part-1 )

Part 2 ( http://srpgg.exteen.com/20091113/usa-canada-2009-part-2 )

Part 3 ( http://srpgg.exteen.com/20091121/usa-canada-2009-part-3 )

หลังจากผ่านไป 3 ตอน ตอนนี้ก็มาถึงตอนสุดท้ายแล้วครับ จบได้ใน 1 เดือนพอดีเลย

วันที่ 12 - 14 อยู่แต่ใน Las Vegas

พอกลับจาก Canyons (เติม s เพราะไป 3 ที่ เป็นพหูพจน์ :P ) เข้ามาที่รัฐ Nevada ก็อยู่แต่ใน Las Vegas ตลอดเลยครับ ไม่ได้ไปไหนต่อแล้ว

จริงๆใน Las Vegas นอกจากบ่อนแล้วก็ไม่ค่อยมีทีให้เที่ยวซักเท่าไหร่หรอกครับ เรียกว่าเป็นเมืองสำหรับการพนันอย่างแท้จริง ทั้งในโรงแรม ร้านอาหาร ที่เช่ารถ หรือแม้แต่ในสนามบินยังมีตู้สล็อตแมชชีนให้เล่น -_- (คงกะว่าพอคนมาถึงลงจากเครื่องบินก็เล่นเลย พอตอนจะกลับระหว่างรอขึ้นเครื่องบินก็เล่นต่อ ประมาณว่าจะให้เล่นกันตั้งแต่วินาทีแรกยันวินาทีสุดท้าย)

สมัยก่อนตอนแรกๆที่มา Las Vegas ผมยังเด็กอยู่ อยากเข้าบ่อนแต่อายุไม่ถึงเลยไม่ได้เล่น ได้เล่นแค่พวกเกมชิงรางวัลของเด็กๆ(เหมือนพวกงานวัด) พอตอนนี้อายุก็ถึงแล้วครับ .......แต่มันก็ยังแทบไม่ได้เล่นอยู่ดี เหอๆ

พอดีตอนนี้รู้สึกว่าความอยากมันจะหายไปหมดแล้วครับ จะเล่นไพ่พวกกฎย่อยๆก็ไม่แม่น (ผมเป็นคนดี ไม่(ค่อยได้)เล่นการพนันน่ะครับ :P ) ส่วนสล็อตแมชชีนปัจจุบันเปลี่ยนไปใช้ระบบเสียบการ์ดกันหมด ไม่มีแบบหยอดเหรียญเหลือแล้ว พอไม่ได้ยินเสียงเหรียญกระทบก็นก็หมดอารมณ์ เหอะๆ ก็เลยเล่นแค่สล็อตแมชชีนนิดนึง เนื่องจากโรงแรมมีโปรโมชั่น ถ้าแขกของโรงแรมลงทะเบียนแลกการ์ดสำหรับเล่นคาสิโนของโรงแรมจะเพิ่มเงินในการ์ดให้ฟรี 5 ดอลลาร์ (เงินส่วนนี้ใช้เล่นได้แต่เอาไปแลกเป็นเงินสดคืนไม่ได้) ช่วงที่ว่างๆก็เลยไปลงทะเบียนแต่ไม่ได้เพิ่มเงิน (คือกะเล่นฟรีอย่างเดียว เหอะๆ) เอาไปเล่นสล็อตแมชชีน มีอยู่ 5 ดอลลาร์เลือกแบบเล่นทีละ 25 เซนต์ อย่างน้อยจะได้เล่นซัก 20 ครั้ง ก็มีได้บ้างเสียบ้าง แต่สุดท้ายเงินทั้งหมดเหลือ 0 ภายในไม่เกิน 5 นาที .......เลิก แค่นี้ก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่เหมาะกับการพนันจริงๆ OTL

สรุป ไป Las Vegas คราวนี้ 3 วัน นอกจากเข้าบ่อน 5 นาที กับดูการแสดงตอนกลางคืน 3 คืนแล้วก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรหรอกครับ (ไม่นับเล่น PSP ก่อนนอนทุกคืน เหอๆ) นอกนั้นมีวันแรกไปดูโรงงานชอคโกแลต ซึ่งก็งั้นๆ ที่เหลือก็มีแต่เดินดูเมือง แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว แปะรูปแบบรวมๆทั้ง 3 วันแบบรวดเดียวเลยละกัน

เริ่มจากวันแรกกไปโรงงานชอคโกแลตแห่งหนึ่ง เนื่องจากไม่ค่อยประทับใจแต่จะบอกชื่อแบบเต็มๆก็เกรงใจเลยขออนุญาตสงวนนามไว้ละกันครับ (จริงๆมันจำชื่อไม่ได้ เหอะๆ) ในโรงงานมีป้ายอธิบายเรื่องเกี่ยวกับชอคโกแลต มีงานศิลปะที่ทำจากชอคโกแลตให้ดูอยู่ 3 - 4 ตู้ กับมีห้องกระจกให้ดูคนงานทำชอคโกแลต เดินไป 1 นาที สุดทาง มีคนให้เอาชอคโกแลตให้ชิม 1 ก้อน ถึงร้านขายชอคโกแลต จบ..... OTL ยังดีว่าที่ข้างๆโรงงานมีสวนกระบองเพชรให้เดินดูด้วย ถ้าไม่ได้เข้าฟรีนี่มีด่าแน่ๆ เอาคำว่าโรงงานมาหลอกให้เข้าร้านขายชอคโกแลตชัดๆ -_-


ศิลปะจากชอคโกแลต ก้อนสี่เหลี่ยมและของที่ประดับอยู่ทั้งหมดเป็นชอคโกแลต


นี่ก็ชอคโกแลต ทำจากชอคโกแลตทั้งหมดเหมือนกัน
.....ในตัวโรงงานที่ดูน่าสนใจหน่อยก็มีแค่นี้แหละ ออกไปดูสวนกระบองเพชรยังจะดีกว่า


ของแถม(สวนกระบองเพชร)ที่ดีกว่าของจริง(โรงงานชอคโกแลต.....)


ต้น Mickey Mouse....... (ชื่อจริงคือ Bunny Ears Cactus กระบองเพชรหูกระต่าย)
ตอนที่ไปนี่คนงานกำลังประดับไฟรอรับวันฮาโลวีนอยู่พอดีเลยครับ


.......อันนี้คงเห็นว่าไหนๆก็ประดับไฟแล้วก็ทำล่วงหน้ารอคริสต์มาสไปเลยมั้ง -_-


อันนี้ฮาโลวีนของจริง

ทั้งหมดนี้เดินอยู่ประมาณ 20 นาทีก็กลับครับ (เป็นส่วนโรงงานซัก 3 นาที รวมเวลาเดินเข้า-ออก เหอะๆ) ตอนที่ไปถึงยังอุตส่าห์เจอทัวร์ญี่ปุ่นมาลงด้วย อยากจะบอกคนญี่ปุ่นว่ากลับไปดูโรงงานชอคโกแลต Shiroi Koibito Park ที่ Sapporo เถอะ ทำได้ดีกว่าที่นี่ 100 เท่า -_-

นอกนั้นก็ไม่ค่อยมีอะไรแล้ว มีแต่เดินในเมือง ดูโรงแรม.....


โรงแรม ทำเป็นเมือง New York ไม่ได้เข้าไปข้างใน


โรงแรม ทำเป็นประเทศอียิปต์ ไม่ได้เข้าไปข้างใน


โรงแรม ทำเป็นเมือง Paris มีประตูชัยจำลอง กับ หอไอเฟลจำลอง
หอไอเฟลสูง 165 ม. (ครึ่งนึงของของจริง) ขึ้นไปได้
แต่ตอนที่ไปลมแรงเลยปิดไม่ให้ขึ้น (...แรงขนาดจอดรถเติมน้ำมันรถยังเขย่า) ต้องรอ
มาขึ้นในวันถัดไปแทน ตอนแรกนึกว่ากลัวคนขึ้นไปแล้วหนัก เจอลมแรงแล้วหออาจล้ม
แต่จริงๆพอขึ้นไปถึง มันเป็นลูกกรงโล่งๆ ลมพัดทีก็หนาวมาก...เข้าใจทันทีว่าทำไมปิด


Fountains of Bellagio น้ำพุเต้นระบำ


เปิดตามเวลาที่กำหนด คือ ตอนบ่ายทุก 30 นาที ตอนกลางคืนทุก 15 นาที


แต่ถ้าลมแรงก็จะมีประกาศยกเลิก ที่ไปดูนี่ก็ยกเลิกไปทีนึงเหมือนกัน
.......อุตส่าห์ยืนรอดู (วันเดียวกับหอไอเฟลปิด)


ในโรงแรมมีเรือนกระจกแสดงสวนดอกไม้ ซึ่งจะเปลียนตามฤดูกาล (เปลืองงบดีจริงๆ)


มีต้นไม้พูดได้ด้วย (แน่นอนว่าไม่ใช่ของจริง เหอะๆ)


นี่คืออะไรเอ่ย ใครตอบได้ให้รางวัล.........เป็นคำชม :P
เฉลย มันคือเพดานที่ทำเป็นดอกไม้หลากสีน่ะครับ จะได้เข้ากับสวนดอกไม้พอดี


อันนี้อีกโรงแรมแล้ว มี Trojan Horse ม้าไม้เมืองทรอยด้วย


นี่ก็อีกโรงแรม มีงานแสดงรถคลาสสิกที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ป้ายเค้าอ้างว่างั้น)


Ferrari สีแดง แรง 3 เท่า


The Venetian โรงแรมจำลองเมือง Venice ของแท้ดั้งเดิม ถ้านับรวมกับ
โรงแรมในเครือที่อยู่ติดกันแล้ว จะกลายเป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก


อันนี้สาขามาเก๊าที่ผมไปเมื่อปีที่แล้ว ลองเอามาเทียบดู.....เหมือนกันเปี๊ยบ


ขึ้นไปดูเมืองบนหอไอเฟล(หลังจากไปแล้วมันปิดไปทีนึง ...อุตส่าห์ต่อแถวรอ)
จริงๆอยากดูตอนกลางคืนมากกว่า แต่กลัวจะลมแรงแล้วมันปิดอีก


มองเห็นทั่วเมืองเลย แต่อยู่แค่ 10 นาทีก็ลงแล้ว ไม่ไหว ลมแรง หนาว.....

วันที่ 15 จาก Las Vegas ไป Los Angeles แล้วกลับบ้าน

วันนี้ก็ไม่มีอะไรแล้วครับ ตื่นเช้าไปสนามบิน ขึ้นเครื่องไป Los Angeles แล้วรอกลับบ้าน.......วันที่ 30 ต.ค. อีกวันเดียวก็ฮาโลวีนแล้ว เสียดายมากครับ แถมบินผ่านเส้นแบ่งวัน พอกลับถึงไทยก็กลายเป็นเช้ามืดวันที่ 1 พ.ย. วันฮาโลวีนหายไปแล้ว.....

ก็จบสมบูรณ์แล้วครับ ที่ไปอเมริกากับแคนาดาในคราวนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ไปเที่ยวติดต่อกันนานๆก็ได้มั้ง เนื่องจากกำลังจะเปลี่ยนที่ทำงาน ไอ้ที่จะให้หยุดติดต่อกันทีละครึ่งเดือนแบบนี้คงยากแล้ว อาจจะต้องกลับไปเป็นเหมือนตอนที่เรียนอยู่คือไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยก็ได้..... แต่ก็ไม่เป็นไร ทำใจล่วงหน้าไว้นานแล้ว จริงๆก็ไม่ค่อยเสียดายที่จะอดเที่ยวซักเท่าไหร่ แต่เสียดายที่จะอดอู้งานแบบต่อเนื่องนานๆแล้ว เหอๆ