ห้องเชียร์.....อีกแล้ว
posted on 23 Jun 2006 02:13 by srpggพอดี entry ที่แล้วเห็นมีคนบ่นว่ามีแต่เรื่องเรียน พอผมลองย้อนกลับไปดูก็เห็นว่า 2 เดือนที่ผ่านมานี้มันมีแต่เรื่องเรียนจริงๆ(ไม่รู้ว่าทำไมเป็นแบบนี้ไปได้เมือนกัน เหอะๆ) คราวนี้ก็เลยหยุดพูดถึงเรื่องเรียนที่มันเครียดๆมาเข้าเรื่องกิจกรรมบ้างดีกว่า(จะเครียดหนักกว่าเดิมมั้ยเนี่ย เหอๆ)
แต่ก่อนอื่น.....
คำเตือน
1. บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 39
2. ผมเคยผ่านห้องเชียร์แบบเต็มหลักสูตรมาแล้วตอนอยู่ปี 1 ที่คณะ X ภาควิชา Z (พอดีไม่ชอบ Y :P) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3. ผมไม่เห็นด้วยกับห้องเชียร์ (ไม่รวมห้องเชียร์ที่ทำกันอย่างสร้างสรรค์ คนเข้าด้วยความเต็มใจ ไม่มีการบังคับทั้งทางตรงและทางอ้อม .......ผมยังไม่เคยเห็นเองหรอก แต่มันคงจะมีบ้างแหละน่า)
เงื่อนไขทั้ง 3 ข้อนี้สำคัญครับ โดยเฉพาะข้อ 1 ถ้าหากว่าใครคิดว่าอาจจะรับไม่ได้ผมก็ขอแนะนำว่าให้ปิดไปเถอะครับ อย่าอ่านเลย เดี๋ยวจะเสียอารมณ์เปล่าๆ
ตัวอย่างของผู้ที่เสียอารมณ์เนื่องจากไม่สนใจคำเตือนของผมเมื่อปีที่แล้ว (ใครก็ไม่รู้ ไม่มีชื่อ รู้แต่เป็น IP เน็ตจุฬา)
"คุณทำร้ายจิตใจคนที่เค้ารักห้องเชียร์นะ พวกจิตใจหยาบกระด้าง" <= ตอนนั้นผมคงพูดแทงใจดำมากไปหน่อย เหอๆ
"ความคิดเห็นส่วนตัวของคุณหนะ ไม่เหมาะที่จะนำมาเป็นสาระ ให้คนอ่านเลย เป็นการเห็นแก่ตัวที่สุด" <= .......การแสดงความคิดเห็นเป็นการเห็นแก่ตัวOTL (แต่ยังแสดงว่าความคิดเห็นส่วนตัวของผมไม่ได้ไร้สาระนะเนี่ย หุๆ)
ฯลฯ
ถึงครั้งนี้อาจจะไม่ร้อนแรงเท่าปีที่แล้ว เพราะไม่ได้มาพูดถึงข้อดีข้อเสียอะไร แค่มาบ่นๆนิดหน่อย แต่ก็กันไว้ก่อนดีกว่าครับ
ผมเตือนแล้วนะครับ
.
.
.
ที่จริงตอนแรกก็กะว่าปีนี้จะหยุดพูดเรื่องนี้แล้วครับ เพราะรู้สึกว่าตัวเองได้ตัดขาดจากกิจกรรมห้องเชียร์ไปนานแล้ว.....แต่ตอนนี้มันกลับมากวนใจผมอีกแล้วครับ ตั้งแต่เปิดเทอมมานี่เพื่อนมาขอให้ผมช่วยเข้าห้องเชียร์แทบทุกวันเลย ซึ่งผมก็ปฏิเสธไปทุกครั้ง เพื่อนก็ไม่ว่าอะไร ผมก็ไม่ว่าอะไรเหมือนกัน(จริงๆแอบรำคาญนิดๆ เพราะผมยืนยันมาตลอดตั้งแต่แรกแล้วว่าใครจะทำอะไรก็เชิญ ผมจะไม่ขัดขวางแต่ก็ไม่ขอร่วมด้วย แต่ก็เอาเถอะ ผมเข้าใจว่าจำนวนรุ่นพี่เทียบกับรุ่นน้องมันน้อยจริงๆ)
ทีนี้มันก็เหมือนจะไม่มีอะไรแล้วครับ ต่างคนต่างอยู่ พอเลิกเรียนตอนเย็นเพื่อนก็ไปทำห้องเชียร์ของสาขาวิชากัน ส่วนผมก็ไปช่วยที่ชมรมคุมกีฬาเฟรชชี่ของมหาวิทยาลัย .......แต่ห้องเชียร์มันก็ยังตามมาหลอกหลอนผมต่อครับ
เริ่มตั้งแต่วันแรกนัดลงทะเบียนนักกีฬาตอน 4 โมง เพื่อที่จะเริ่มแข่งตอน 5 โมงจนจะ 5 โมงแล้วยังไม่มีนักกีฬาคณะสัตวแพทย์โผล่มาซักคน พอโทรไปตามผู้ประสานงานของคณะสัตวแพทย์ บอกว่าน้องอยู่ในห้องเชียร์ ไว้ห้องเชียร์เลิกแล้วจะรีบส่งตัวมา .....เหอะๆ แล้วมันจะได้แข่งกี่โมงเนี่ย แต่ก็ยังดีที่เค้ารับปากแล้วก็รีบส่งมาจริงๆ ไม่เหมือนบางคณะที่หายไปเลยแล้วพึ่งส่งมาวันที่ 2 ซึ่งเริ่มแข่งกันไปแล้ว ก็ต้องมาจัดตารางกันใหม่
แล้วก็ยังมีพวกที่แข่งไปแล้วอยู่ดีๆหายตัว พอโทรตามบอกว่าติดห้องเชียร์ มาไม่ได้ ทีนี้ก็วุ่นสิครับ จะปรับแพ้ก็ไม่ได้ เพราะไม่ใช่ความผิดของนักกีฬา ก็ต้องยอมให้เลื่อนไปแข่งวันต่อไปแทน ตารางเละอีก
แต่ก็ยังถือว่าพอทนครับ เละนิดหน่อย ยังแข่งต่อได้ ที่เซ็งสุดๆคือพวกแข่งไปแล้วแต่หายสาบสูญครับ พอโทรตามก็บอกว่าต่อไปนี้ติดห้องเชียร์ตลอดทุกวัน มาแข่งไม่ได้อีกแล้ว .........ถ้ารู้ว่าจะต้องติดห้องเชียร์แล้วมันจะส่งนักกีฬามาทำไม คู่ที่แข่งไปแล้วก็ต้องถือว่าโมฆะหมด ความซวยก็ตกอยู่กับนักกีฬาคณะอื่นที่อุตส่าห์เสียเวลาแข่งแล้วแต่ดันโมฆะ กับคนจัดที่ต้องจัดใหม่ เสียเวลาเปล่าๆ
อันนี้ความผิดไม่ได้อยู่ที่ตัวนักกีฬานะครับ เพราะปี 1 อาจจะยังไม่รู้ว่าจะมีห้องเชียร์เมื่อไหร่บ้าง แต่ความผิดมันอยู่กับรุ่นพี่เต็มๆเลยครับ รู้ว่าน้องต้องเข้าห้องเชียร์วันไหนบ้าง รู้ว่าน้องต้องแข่งวันไหนบ้าง แต่ดันไม่รู้รึไงว่าเวลามันซ้อนกันถ้าแบบนี้ก็ไม่ต้องส่งมาเลยจะดีกว่า
โดยเฉพาะปีนี้แปลกมากครับ กรณีนี้ดันเกิดกับคณะบัญชี ผมงงมากครับ
ปกติคณะบัญชีเป็นคณะที่ผมเห็นว่าสนับสนุนเรื่องกีฬามากที่สุดแล้วครับ ถึงขนาดมีให้หยุดเรียนเพื่อจัดงานกีฬาสีในคณะ 1 วัน เป็นคณะเดียวเลยที่มีงานแบบนี้
ส่วนกีฬาเฟรชชี่คณะบัญชีผมก็เห็นส่งนักกีฬามาเกือบครบทุกประเภทมาตลอดตั้งแต่ตอนอยู่ปี 1 แล้วครับ แถมยังเป็นคณะเดียวด้วยที่ส่งนักกีฬามาซ้อมที่ชมรมก่อนแข่งจริงเป็นสัปดาห์ (คณะผมจะแข่งอยู่แล้วยังบอกต้องไปเข้าห้องเชียร์ก่อนอีก เหอะๆ) โดยนักกีฬาคณะบัญชีจะมีบัตรนักกีฬาทุกคน ตอนเย็นออกมาซ้อมหรือแข่งได้ ไม่ต้องเข้าเชียร์ บางประเภทไม่มีนักกีฬาก็ยังอุตส่าห์หาคนที่เล่นไม่เป็นแต่สนใจมาหัดเล่นก่อนแข่งนี่แหละ ถึงรู้ว่าส่งมาแพ้แต่ก็ยังส่ง สปิริตนักกีฬาสูงมากครับ
แต่ปีนี้คณะบัญชีทำผมงง เพราะมีบางประเภทที่อยู่ดีๆนักกีฬาหายไปครับ โดยเฉพาะมี 2 คนที่หายแบบไม่น่าหาย เพราะคนนึงคะแนนนำเป็นอันดับ 1 กับ อีกคนอยู่อันดับ 3 คนแรกถ้ามาแข่งจนจบยังไงก็ได้เหรียญซักเหรียญแน่ๆ ส่วนคนหลังก็ยังมีลุ้น ในขณะที่นักกีฬาของบัญชีประเภทอื่นๆก็ยังมาแข่งกันตามปกติ แต่ 2 คนนี้กลับไม่มา ตามตัวก็ไม่ได้ จนคนที่คุมนักกีฬาของคณะบัญชีมาถึงรู้ว่า 2 คนนี้ไม่มาแข่งแล้ว เพราะรุ่นพี่ที่กรุ๊ปไม่ยอมปล่อยตัวให้น้องมาแข่ง ส่วนน้องอยากมาแข่งแต่ก็เกรงใจรุ่นพี่
พอดีคนที่คุมกีฬาอยู่มีปี 4 คณะบัญชีของกรุ๊ปนั้นอยู่ด้วยก็เลยช่วยโทรไปคุยให้ แต่ก็ไร้ผลครับ สุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ก็ต้องปล่อยไป ไม่มาแข่งต่อก็อดเหรียญไปซะ
อำนาจของพี่เชียร์ปี 2 เหนือกว่าอำนาจของรุ่นพี่ปี 4 เหนือกว่าข้อตกลงของส่วนรวมในคณะ เหนือกว่าจุดมุ่งหมายของมหาวิทยาลัย ?
แล้วแบบนี้มันจะมีกีฬาเฟรชชี่ไปทำไม ในเมื่อรุ่นพี่มักจะเห็นว่าห้องเชียร์สำคัญกว่า ?

แต่มันก็มีข้อดีของมันไง
-*- อย่าคิดมากเรยนะค้า งิงิ....
#1 By ♪~❤~Minmin~❤~♪ on 2006-06-23 15:32