Back to Japan
posted on 11 Mar 2008 19:35 by srpggสัปดาห์หน้าผมจะไปฮอกไกโดครับ หลังจากที่ไปญี่ปุ่นครั้งสุดท้ายเมื่อ 8 ปีที่แล้ว แล้วหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ไปอีกเลย หรือถ้าจะพูดว่าไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลยตลอด 7 ปีที่ผ่านมาก็คงไม่ผิด (ไม่นับการไปทำธุระทั้งในและนอกประเทศ และการเดินไปซื้อเกมที่ MBK เหอะๆ)
ในขณะที่คนอื่นๆในบ้านไปเที่ยวกันทุกปี.......ผมก็เฝ้าบ้านคนเดียวมันทุกปี ลองนึกๆดูแล้วก็ขำดีนะครับว่าตลอดปิดเทอมใหญ่ที่ผ่านมาผมมัวทำ(บ้า)อะไรอยู่คนเดียว 7 ปี
ปิดเทอมปี 2000 - ผมไปญี่ปุ่นเป็นครั้งสุดท้าย จำได้ว่าตอนนั้นไปอยู่แถวโตเกียว(ภูเขาไฟฟูจิ+ดิสนีย์แลนด์ โปรแกรมประจำชาติ เมื่อก่อนไปกี่ทีก็ไม่เคยพ้น 2 ที่นี้ OTL) กับฮอกไกโด
ปิดเทอมปี 2001 - ที่บ้านไปแอฟริกาใต้ ผมเริ่มเกิดอาการเบื่อโลก(ขี้เกียจเก็บกระเป๋า) เลยขอผ่าน นอนเล่นเกมอยู่ที่บ้านอย่างเดียว ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ
ปิดเทอมปี 2002 - ที่บ้านไปยุโรป(เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมัน ฝรั่งเศส ที่ละ 2-3 วัน) ส่วนผมได้ไปเกษตรกับธรรมศาสตร์แทน วิ่งวุ่นสมัครรับตรงหลังคะแนน Ent สุดห่วย(คะแนนสอบดีพอใช้ แต่พอรวม GPA แล้วกลายเป็นห่วยแตก เลยต้องสมัครรับตรงซึ่งไม่คิด GPA) คนอื่นเที่ยวสบายใจ ปล่อยผมปวดหัวอยู่ที่บ้านคนเดียว เหอะๆ
ปิดเทอมปี 2003 - ที่บ้านไปญี่ปุ่น ผมนั่งเล่นเกมอยู่ที่บ้าน รอดูคะแนน Ent ที่สอบไปแบบเล่นๆ แต่ได้ใช้จริง
ปิดเทอมปี 2004 - ที่บ้านไปญี่ปุ่น ผมนั่งเล่นเกมอยู่ที่บ้าน รอดูคะแนน Ent ที่สอบไปแบบเล่นๆ แต่ได้ใช้จริงอีกแล้ว
ปิดเทอมปี 2005 - ที่บ้านไปญี่ปุ่นกลับมาต่อด้วยอเมริกากับแคนาดา ผมนั่งเล่นเกมอยู่ที่บ้าน รอดูคะแนน Ent ที่สอบไปแบบเล่นๆอยู่ที่บ้าน .....แล้วก็ไม่ได้ใช้
ปิดเทอมปี 2006 - ที่บ้านไปญี่ปุ่น ผมนั่งเล่นเกมอยู่ที่บ้าน รอดูคะแนน O-NET, A-NET ที่สอบไปแบบเล่นๆ แล้วเกือบได้ใช้ .....แต่ก็ไม่ได้ใช้ แล้วก็มีไปแข่งหมากล้อม mai GO Summer MATCH ที่ตลาดหลักทรัพย์เล่นๆ
ปิดเทอมปี 2007 - ที่บ้านไปญี่ปุ่นกลับมาต่อด้วยอเมริกากับแคนาดา ผมต้องไปฝึกงานที่ SCG พร้อมทำสถิติอยู่บ้านคนเดียวนานที่สุด 28 วัน
พอมาปีนี้ 2008 ตอนแรกก็กะว่าจะไม่ไปไหนต่อเป็นปีที่ 8 ครับ เพราะไม่มั่นใจว่าคณะจะเรียกตัวนิสิตไปทำอะไรด่วนรึเปล่า(หลักสูตรใหม่ยังมั่วๆอยู่ทั้งนิสิต อาจารย์ เจ้าหน้าที่ มั่วพอกันทั้งคณะ) แต่คิดไปคิดมานี่มันเป็นปิดเทอมใหญ่ครั้งสุดท้าย ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าหลังจากนี้ผมจะมีวันหยุดยาวแบบนี้อีกเมื่อไหร่ ก็เลยตัดสินใจยอมไปก็ได้ ภายในเดือนนี้คณะคงยังไม่มีอะไรเร่งด่วน แต่เนื่องจากเป็นการตัดสินใจที่ชักช้ามาก คนอื่นทำวีซ่ากันหมดทั้งบ้านแล้ว ผมก็ต้องทำคนเดียว ก็ ok ไม่มีปัญหาอะไร.........แต่พอดูปฏิทินแล้วเหมือนจะมีปัญหาครับ
การจะไปต่างประเทศต้องขอใบรับรองจากมหาวิทยาลัย เพื่อเอาไปทำวีซ่า ซึ่งผมตัดสินใจวันพุธที่แล้ว ก็ต้องเริ่มขอใบรับรองวันพฤหัส ซึ่งมหาวิทยาลัยกำหนดว่าให้มารับหลังจากวันขอ 3 วันทำการ หมายความว่าผมจะได้วันอังคารคือวันนี้(ขอพฤหัส อีก 3 วันทำการก็ ศุกร์ จันทร์ อังคาร) เสร็จแล้วก็ต้องไปขอวีซ่าซึ่งในเว็บสถานทูตบอกจะได้ 2 วันถัดไป หรืออาจนานกว่านั้น แต่ของคนที่ไปญี่ปุ่นเกือบทุกปีที่ทำไปเมื่อเดือนก่อนใช้เวลา 3 วัน หมายความว่าผมที่ไม่ได้ไปมา 7 ปีก็ไม่น่าใช้เวลาน้อยกว่านั้น นั่นก็คือผมต้องยื่นขอวีซ่าวันอังคารเพื่อที่จะรับวันศุกร์ .......แต่กำหนดรับใบรับรองของมหาวิทยาลัยมันก็วันอังคาร แล้วยิ่งในเว็บสถานทูตบอกว่าเนื่องจากช่วงนี้คนขอวีซ่าเยอะ เลยจะปิดรับการขอวีซ่าแค่ 11.15 น. ผมก็กลัวว่าถ้าไปเอาใบรับรองที่จุฬาแล้วเกิดชักช้า ไปสถานทูตต่ออาจจะไม่ทัน(พอดียังไม่รู้ว่าสถานทูตญี่ปุ่นย้ายมาอยู่ข้างๆสวนลุมแล้ว จากจุฬาไปแป๊บเดียว เหอะๆ) ก็เลยแกล้งเนียนไปเอาใบรับรองตั้งแต่วันจันทร์ .......ปรากฏว่าเค้าทำเสร็จตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้ว OTL
ต่อมาวันนี้ก็จะไปขอวีซ่า จริงๆตอนแรกกะว่าจะฝากให้เลขาของพ่อไปขอให้แทนเหมือนคนอื่นๆ แต่เค้าบอกว่าผมไม่ได้ไปเกิน 5 ปีแล้วต้องไปด้วยตัวเอง + แม่ขู่ว่าผมจะต้องโดนสอบประวัติยาวแน่ๆ เพราะมาขอคนเดียว แล้วก็ไม่ได้ไปนานแล้ว .......ยอมตื่นเช้าไปเองก็ได้
เมื่อเช้าก็เลยตื่น 6 โมงเพื่อไปสถานทูต สถานทูตเปิด 8 โมง ผมไปถึง 7 โมง 45 .........เห็นแถวรอเข้าประตูสถานทูตยาวเฟื้อยยังกับคนเข้าแถวหน้าร้านเกมเวลามีเครื่องเกมใหม่ออกที่ญี่ปุ่น(แต่คงไม่มีใครไปรอตั้งแต่ตอนกลางคืนเหมือนรอซื้อเกม) พอประตูเปิดก็เดินเข้าไป แล้วไปเอาบัตรคิวได้ที่ 72 (ขนาดมารอก่อนสถานทูตเปิดแล้วนะ) แล้วก็นั่งรอไปเรื่อยๆ คนก็เข้ามาเรื่อยๆจนที่นั่งไม่พอ แถมเสียงดังจนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศขอให้ช่วยเงียบเพราะประกาศเรียกคิวแล้วไม่ได้ยิน ประกาศเป็นระยะๆไป 3 รอบแล้วก็เสียงก็ไม่ได้เงียบลงเลยแม้แต่น้อย คงมัวแต่คุยกันจนไม่ได้ยินที่เค้าประกาศมั้ง หรือไม่ก็ได้ยินแต่ไม่สน จะคุยต่อใครจะทำไม เหมือนพวกคุยในห้องเรียนแล้วอาจารย์ต้องเตือนเรื่อยๆ ก็ตลกดีเหมือนกัน
ผมรอกว่าจะถึงคิวที่ 72 ก็ประมาณ 9 โมง 40 เพราะคิวที่ 72 ไม่ใช่คนที่ 72 ครับ บางคนมาเป็นครอบครัว 3-4 คนก็คิวเดียวกัน .....บางคนมาเป็นทัวร์ก็คิวเดียวกัน ประมาณว่าช่องอื่นๆคิวที่ 50 แล้วช่องนี้ยังคิวที่ 2 เจอแบบนี้ไป 3 ครั้งได้
พอถึงคิวผม ผมก็เดินไปยื่นเอกสารเตรียมตอบคำถามเต็มที่ คำถามที่เค้าถามผมคือ "กำลังเรียนปริญญาตรีใช่มั้ย" ผมตอบ "ใช่ครับ" .........จบ นี่เป็นบทสนทนาทั้งหมดในการขอวีซ่า (แค่นี้จะให้ผมจะมาเองทำไมเนี่ย -_- ) แล้วก็ไปนั่งรออีกแค่ 20 นาทีก็ประกาศเรียกให้ไปรับกำหนดวันรับวีซ่า ซึ่งก็จะได้วันพฤหัสนี้ ใช้เวลาแค่ 2 วัน ไม่เสียค่าวีซ่า เพราะฟรีสำหรับนิสิต/นักศึกษาระดับปริญญาตรี (ในเว็บสถานทูตเขียนว่า "เฉพาะนิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาเท่านั้น ยกเว้นนักเรียน, อาชีวะศึกษา, วิทยาลัยและบุคคลที่ศึกษาในระดับปริญญาโท, ปริญญาเอก" .........แค่บอกว่าปริญญาตรีก็จบ ไม่รู้จะเขียนให้ยืดยาวทำไม)
ก็สรุปว่าเรียบร้อยครับ ดังนั้นตั้งแต่สัปดาห์หน้าผมก็จะหายตัวไปอยู่ที่ฮอกไกโดจนถึงสิ้นเดือน(บินตรงไปเลย เป็นครั้งแรกที่ไปแล้วไม่ได้ผ่านโตเกียว เพราะปกติจะลงสนามบินนาริตะก่อนแล้วค่อยไปต่อฮาเนดะ) ต้องมาบอกไว้ก่อนเดี๋ยวจะมีใครคิดว่าผมอู้ ดองบล็อก หรือหายสาบสูญไปไหน (ร้อนตัวล่วงหน้าครับ เหอๆ)



#1 By Alloy Wheel on 2008-03-12 01:20