Hokkaido - March 2008 (Part 1)
posted on 03 Apr 2008 21:53 by srpggมีคนยุให้ผมอัพเรื่องที่ผมไปฮอกไกโดมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนครับ :P( http://srpgg.exteen.com/20080311/back-to-japan )
ทีแรกก็กะว่าจะอัพเล็กน้อยแบบรวดเดียวจบ(.....มันเล็กน้อยยังไง) แต่เนื่องจากพรุ่งนี้ผมจะไม่อยู่อีกแล้ว(รู้สึกว่าพึ่งกลับมายังไม่ถึง 1 สัปดาห์ เหอะๆ) พอดีต้องไปฮ่องกงตั้งแต่เช้า คราวนี้ไปแบบกะทันหันมาก ไม่ได้เตรียมการอะไรไว้ล่วงหน้า(เค้าจะไปกันวันศุกร์ ไอ้นี่พึ่งตัดสินใจว่าจะไปด้วยตอนคืนวันจันทร์ เหอะๆ) เรื่องนี้ก็เลยยังไม่เสร็จ จะทำทั้งหมดให้เสร็จตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว จะรอกลับมาทำให้เสร็จแล้วค่อยอัพทีเดียวก็ไม่รู้ว่าจะติดอะไรอีกรึเปล่า ก็เลยคิดว่าค่อยๆอัพไปทีละส่วนดีกว่า
ก่อนจะเริ่ม มารู้จักฮอกไกโดแบบคร่าวๆก่อนละกันครับ
Hokkaido ( 北海道 ) เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่เหนือสุดของญี่ปุ่น และเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น (ทั้งเกาะนับเป็น 1 จังหวัดเลย) มีพื้นที่ประมาณ 83,000 ตารางกิโลเมตร ประชากรประมาณ 5 ล้านคน ถือว่าความหนาแน่นของประชากรน้อยที่สุดในญี่ปุ่น (ไม่ถึง 70 คนต่อ 1 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่มากแต่มีคนน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่) สิ่งที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโดก็คืออาหารกับสถานที่ท่องเที่ยว ด้านอาหารก็มีอาหารทะเล ผัก ผลไม้ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ
สำหรับผมเคยไปฮอกไกโดแล้วกี่ครั้งก็จำไม่ได้ครับ OTL เพราะมันนานมากแล้ว จำได้แค่ไปครั้งสุดท้ายเมื่อ 8 ปีที่แล้ว แต่คิดว่าครั้งนี้คงเป็นครั้งที่ 4 หรือ 5 แล้วมั้ง ซึ่งปกติเวลาไปญี่ปุ่นผมจะต้องไปที่จิบะเป็นที่แรกก่อนเสมอ(เพราะสนามบินนาริตะอยู่ที่จิบะ :P) แล้วก็เที่ยวไปเรื่อยๆไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตามสุดท้ายพอจะกลับไทยก็จะต้องกลับมาที่สนามบินนาริตะอีก เวลาไปฮอกไกโดผมเคยไปอยู่ 3 วิธีคือ
1. ขึ้นเครื่องบินจากสนามบินฮาเนดะในโตเกียว
2. ขึ้นรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียวแล้วรอดอุโมงค์ใต้ทะเลข้ามเกาะ
3. ขับรถไปเรื่อยๆแล้วเอารถขึ้นเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะ
พึ่งจะมีครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่บินตรงเข้าฮอกไกโดแล้วก็อยู่ยาวรวดเดียว 11 วัน จนกลับแบบไม่ได้ออกนอกเกาะ ครั้งนี้ก็เลยใช้รถยนต์อย่างเดียวครับ
วิธีเดินทางก็เหมือนๆเดิมคือ เช่ารถแล้วพ่อขับโดยจะจองรถกับโรงแรมล่วงหน้าจากไทย พอไปถึงที่ไหนก็เอาใบจองไปติดต่อเลยเพื่อไม่ให้เสียเวลามาก(จริงๆกลัวพูดกันไม่รู้เรื่องมากกว่า เหอะๆ) แต่สิ่งที่แตกต่างจากเมื่อ 8 ปีที่แล้วคือเทคโนโลยีครับ
เมื่อก่อนเวลามาญี่ปุ่นทีไรผมจะต้องปวดหัวตลอด เพราะต้องช่วยนั่งดูป้ายบอกทางอยู่ตลอดเวลา(แถมสมัยมัธยม อ่านได้แต่ป้ายภาษาอังกฤษอีก) แล้วก็หลงทางกันเป็นประจำ แต่คราวนี้ไม่ค่อยหลงแล้วเพราะมีเทคโนโลยี GPS ครับ (แต่ก็ยังมีหลงบ้างนะ เหอะๆ)
GPS หมายเลข 1 เป็น GPS แบบพกพาของ Garmin พ่อเอามาจากไทย ซึ่งก็ถือว่าประสิทธิภาพดีใช้ได้นะครับ แต่ปัญหาคือบริษัทนี้ดันไม่มีแผนที่ของญี่ปุ่น ผมก็เลยต้องมานั่งหาในเน็ตเอง ซึ่งก็ไม่สามารถหาแผนที่แบบดีๆได้(จริงๆหาได้ แต่ต้องสั่งซื้อจากญี่ปุ่นเลยไม่เอา) หาได้อย่างละเอียดที่สุดก็คือแผนที่ทางหลวง ซึ่งก็ไม่ค่อยมีประโยชน์เพราะไม่ได้อยู่บนทางหลวงตลอดเวลา แต่พ่อก็ยังติดมาใช้เพราะบอกว่าปีที่แล้ว GPS ที่ติดในรถมีแต่ภาษาญี่ปุ่น ใช้ยาก แล้วหลังจากการทดลองใช้ประมาณ 5 วัน สรุปผลการใช้งานคือ "ไม่สามารถรับสัญญาณได้" "กำลังคำนวณเส้นทางใหม่" "พลังงานกำลังจะหมด" ..........มันพูดได้อยู่แค่ 3 คำนี้ ไร้ประโยชน์จริงๆ
GPS หมายเลข 2 เป็น GPS ติดกับตัวรถ อันนี้ของจริงครับ GPS เทพ เพียงแค่ใส่เบอร์โทรศัพท์ของสถานที่จุดหมายลงไปเครื่องก็จะแสดงข้อมูลเส้นทาง มาให้เราเลือกทันทีว่าไปทางไหนระยะทางเท่าไหร่ ต้องจ่ายค่าผ่านทางเท่าไหร่ ไม่ว่าจะต้องจ่ายกี่ครั้งเครื่องก็จะรวมราคาทั้งหมดให้เองเลย จะเดินทางแบบรวดเร็ว หรือ แบบประหยัด เลือกได้หมด แถมยังพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย (มีภาษาอังกฤษแต่เสียง พวกคำสั่งที่หน้าจอเป็นญี่ปุ่นล้วน เหอะๆ แต่ยังดีคราวนี้มีทำคู่มือวิธีใช้เป็นภาษาอังกฤษมาให้) ระหว่างทางถ้าจะต้องเลี้ยวเครื่องก็จะเตือนล่วงหน้าตลอด หรือถ้าเผลอวิ่งเลยทางเลี้ยวเครื่องก็หาทางใหม่ข้างหน้าให้เองโดยไม่ต้องวนกลับ(ยกเว้นแถวนั้นมีทางเดียว อันนี้ต้องยอมวนกลับ) ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ไม่มีหลงทางครับ รับรองไปถึงจุดหมายได้แน่นอน(ยกเว้นที่ที่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ อันนี้ก็ต้องใช้เบอร์ของสถานที่ใกล้เคียงแทน แล้วพอใกล้จะถึงก็ค่อยมาดูแผนที่เองอีกที)
GPS ของรถ Toyata Alphard หน้าจอระบบสัมผัส
(ด้านล่างไม่เกี่ยว เป็นแค่ที่ปรับแอร์ มีบอกว่าเวลา 4.30 PM อุณหภูมินอกรถ 7 ํC)
แต่เครื่องจักรก็คือเครื่องจักรครับ บางครั้งก็มีแอบโชว์โง่บ้างเล็กน้อย เช่น
กรณีที่ 1 วิ่งๆไปเจอป้ายปิดถนน หิมะยังท่วมถนนอยู่เลย ไปต่อไม่ได้ก็ต้องหาทางใหม่ อันนี้ยัง ok เครื่องมันคงไม่รู้ว่าหิมะตก
กรณีที่ 2 วิ่งบนถนนใหญ่อยู่ดีๆบอกให้เลี้ยวออกมาเข้าถนนเล็กแล้ววิ่งๆไปก็กลับเข้าถนนใหญ่เส้นเดิม ระยะทางมันคงสั้นลงนิดนึงมั้ง แต่เลี้ยวไปเลี้ยวมา วิ่งบนถนนใหญ่เร็วกว่าเยอะ อันนี้ก็ยังพอทน เครื่องมันคงไม่รู้ว่าวิ่งทางโค้งไปเรื่อยๆเร็วกว่าทางลัดที่ต้องคอยเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา
กรณีที่ 3 ไปโรงแรม เครื่องบอกถึงจุดหมายแล้ว มองเห็นโรงแรมอยู่ข้างหน้า .......แต่เข้าไม่ได้ หาทางเข้าไม่เจอ เครื่องดันพาไปเข้าซอยด้านหลังโรงแรมทั้งๆที่ทางเข้ามันอยู่บนถนนใหญ่ สุดท้ายก็ต้องวนหาทางไปด้านหน้าโรงแรมเอง ไม่รู้มันจะพาเลี้ยวมาหาอะไร OTL
แต่ได้แค่นี้ก็ดีแล้วครับ มีหลงบ้างแค่นิดหน่อยไม่มีปัญหา สบายมากเมื่อเทียบกับในอดีต เหอะๆ
ส่วนเส้นทางครั้งนี้ก็จะวิ่งวนทวนเข็มนาฬิกาเป็นรูปคล้ายสามเหลี่ยมตามรูปประกอบด้านล่าง (แต่ของจริงไม่ได้วิ่งเป็นเส้นตรงแบบนี้นะ)

11 วัน ผ่านเกือบทุกเขตของฮอกไกโดเลย
เป้าหมายที่ไปในครั้งนี้นอกจากการเที่ยวทั่วๆไปแล้วก็มี เล่นสกี กิน กิน แล้วก็ กิน ครับ OTL เที่ยว 7 วัน สกี 4 วัน กินทั้ง 11 วัน กลับมาน้ำหนักขึ้นประมาณ 2 กิโล (ไม่ได้ตะกละนะ แต่คนอื่นกินผมก็ต้องกินด้วย เหอะๆ)
สำหรับรายละเอียดที่เหลือขอติดเอาไว้ก่อนครับ วันนี้จบแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้ามืด ไว้สัปดาห์หน้าผมกลับมาแล้วค่อยมาว่ากันต่อ (ยังไม่ได้เก็บกระเป๋าเลย เหอๆ)
to be continued...
ตัวอย่างตอนต่อไป
ภูเขาอะไรก็ไม่รู้ ถ่ายจากบนฟ้า
ถนนโล่งสุดๆ .....แต่ก็ขับรถกันได้ช้าสุดๆ โล่งแบบนี้ยังวิ่งกันแค่ 80 เอง
ของกินเล่นจากพวกร้านสะดวกซื้อกับซูเปอร์มาร์เก็ต .......ย้ำ แค่ของกินเล่น
ลานสกี ถ่ายจากบนสกีลิฟต์(จะแปลว่ากระเช้าสกีได้มั้ยหว่า)


#1 By Alloy Wheel on 2008-04-03 22:38