Hokkaido - March 2008 (Part 3)

posted on 13 Apr 2008 23:14 by srpgg

สวัสดีปีใหม่ไทยครับ พอดีสงกรานต์ปีนี้ผมไม่ต้องไปไหนก็เลยได้มาอัพต่ออย่างรวดเร็ว

ช่วงนี้รู้สึกร้อนมากครับ แต่พอได้มานั่งอัพบล็อกเห็นหิมะแล้วก็รู้สึกร้อนขึ้น(อ้าว พอเห็นแล้วก็คิดถึงตอนที่มันเย็นๆแล้วมาเทียบกับตอนนี้ไง เหอๆ) ถ้าใครไปเล่นน้ำก็ระวังตัวกันด้วยนะครับ เดี๋ยวเจอ(อากาศ)ร้อน เดี๋ยวเจอ(น้ำ)เย็น แล้วจะป่วยกัน (ไอ้นี่ไม่ไปเล่นแล้วยังแกล้งขู่ :P )

ต่อจากของเดิมครับ

Part 1 ( http://srpgg.exteen.com/20080403/hokkaido-march-2008-part-1 )

Part 2 ( http://srpgg.exteen.com/20080410/hokkaido-march-2008-part-2-hong-kong-macau-april-2008 )

วันที่ 3 จาก Kushiro ไป AkanKo (ทะเลสาบ Akan)

 

วันนี้เป็นวันที่ขำสุดๆแล้วครับ เนื่องจากเป็นวันที่ 20 มี.ค. ผมรู้ว่าเป็นวันหยุดของญี่ปุ่น(พอดีเห็นปฏิทินในร้านอาหารตอนวันแรก มารู้ทีหลังว่าเป็น Shunbun no hi (春分の日) วันที่กลางวันเท่ากับกลางคืน และเป็นวันชื่นชมธรรมชาติ) ก็เลยคิดว่าตามสถานที่ท่องเที่ยวน่าจะมีคนเยอะ พอตอนเช้าออกจากโรงแรมระหว่างทางมีที่นึงเห็นข้างทางมีรถเลี้ยวเข้าไปเยอะ พ่อบอกว่าเป็นสวนอะไรซักอย่าง(พ่ออ่านภาษาจีนได้ครับ เลยอ่านตัวคันจิได้ แต่คำเฉพาะที่เกิดจากการผสมคำบางทีก็มีปัญหาบ้าง) เลยแวะเข้าไปดู ทีแรกเห็นรถจอดเพียบ ก็คิดกันว่าแวะเที่ยวถูกที่แล้ว แต่พอขับเข้าไปเรื่อยๆ.........สุสานครับ OTL เค้ามาเชงเม้งกันมั้ง เหอะๆ

พอออกจากสวนอะไรซักอย่างนั่นก็ได้แวะอีกที่ เหมือนเป็นที่เลี้ยงนกกระเรียน ที่นี่เป็นลานกว้าง ไม่มีรั้วสูง มีแต่ที่กั้นเตี้ยๆให้รู้เฉยๆว่าเข้าไม่ได้ นกกระเรียนอยู่รวมกันหมด ไม่ได้เป็นศูนย์เลี้ยงเหมือนของวันที่ 2 ที่มีรั้วสูงล้อมรอบเป็นกรง กรงละ 2 ตัว (.....แต่กรงนึงใหญ่ครึ่งสนามฟุตบอล)


นกหายาก แต่เอามาเลี้ยงกันง่ายๆติดถนนใหญ่ ไม่กลัวนกตกใจเสียงรถ

หลังจากแวะแบบมั่วๆไป 2 ที่แล้วก็ไปสถานที่ที่เป็นเป้าหมายก็คือทะเลสาบที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Akan ( 阿寒国立公園 = Akan National Park)

ทะเลสาบแรกที่ไป คือ ทะเลสาบ Mashu ซึ่งเป็นทะเลสาบปิดที่อยู่บนภูเขา เกิดจากหลุมปากปล่องภูเขาไฟที่ดับแล้ว ทะเลสาบนี้มีหมอกปกคลุมตลอดปี ชาวไอนุเรียกว่า Kamui-tou ซึ่งหมายถึงทะเลสาบเทพ ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นทะเลสาบที่ใสที่สุดในโลก โดยในการวัดเมื่อปี 1931 สามารถมองด้วยตาเปล่าลงไปได้ลึกถึง 41.6 เมตร ถึงแม้ว่าระยะหลังความใสจะลดลงไปมาก แต่ก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งในทะเลสาบที่ใสที่สุดในโลกอยู่ ..........แต่ผมไม่ได้เห็นความใสหรอกครับ เพราะมันเป็นน้ำแข็ง OTL


ทะเลสาบที่ใสที่สุดในโลกแข็ง แต่น้ำแข็งไม่ยอมใสตาม


ที่ส่วนขอบของทะเลสาบแข็งแบบสมบูรณ์เป็นสีขาว


ป้ายที่ทะเลสาบ เขียนว่า.......อะไรก็ไม่รู้ เหอๆ

หลังจากนั้นจะเลยไปทะเลสาบที่ 2 ต่อ แต่เนื่องจากหิมะท่วม ถนนปิดเลยไปต่อไม่ได้(แต่ก็ยังดีที่อุตส่าเคลียร์ทางให้มาถึง Mashu) ก็เลยต้องลงจากเขาด้วยเส้นทางเดิม แล้วอ้อมไปอีกทางนึง แต่ก็ปรากฏว่าเจอทางปิดรอบ 2 ก็เลยต้องอ้อมออกมาอีก ระหว่างนั้นเลยข้ามโปรแกรมแวะดูภูเขากำมะถัน Io ก่อน


GPS ทำพิษ จะให้ลุยหิมะไปทะเลสาบ


ภูเขาไฟ Io มีก๊าซกำมะถันร้อนๆพุ่งออกมาตลอดเวลา แต่ทำไมหิมะไม่ละลาย


มีเชือกกั้นไว้ไม่ให้เข้า


แต่คงรู้ว่าห้ามไปก็เท่านั้น เพราะไม่มีใครเฝ้า เดี๋ยวคนก็แอบปีนเข้าไปอยู่ดี
ก็เลยเหลือไว้จุดนึงให้อยู่นอกที่กั้น เดินเข้าไปดูได้


น้ำที่ออกมาพร้อมกับก๊าซ สีเหลืองๆ ร้อนๆ เหม็นๆ (กำมะถันน่ะครับ :P)

สถานที่ต่อไป คือ ทะเลสาบ Kussharo ทะเลสาบปิดที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เมื่อปี 1973 มีเด็กนักเรียน 40 คนได้เห็นสิ่งมีชีวิตลึกลับที่ทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งคนญี่ปุ่นตั้งชื่อให้มันว่า Kussie (クッシー) .........รู้สึกชื่อคุ้นๆ


ทะเลสาบ Kussharo กว่าจะมาถึงได้ วนไปหลายรอบ บางส่วนยังเป็นน้ำแข็งอยู่เลย


ต้นไม้ยังไม่มีใบเหมือนเดิม


จอดรถแล้วข้ามถนนก็ถึงทะเลสาบ


ป้ายที่ทะเลสาบ เขียนว่า karudera งงตั้งนานนึกว่าเป็นชื่อของอะไร
ที่แท้คือคำว่า caldera นี่เอง .......ส่วนที่เหลือเขียนว่าอะไรก็ไม่รู้


หงส์อีกแล้ว ไม่ต้องถ่อไปดูที่ Tokachigawa ก็ได้


.......เดินบนน้ำแข็งได้ด้วย


Kussie แห่ง Kusharo (เลียนแบบ Nessie แห่ง Loch Ness กันเห็นๆ)

ต่อจากนั้นก็ไปเป้าหมายสุดท้ายของวันนั้น ทะเลสาบ Akan ที่อยู่ของ Marimo สาหร่ายกลมๆหน้าตาประมาณนี้ (แต่ไม่ได้ตั้งใจไปดูสาหร่ายหรอกนะ เหอๆ)

พอไปถึงก็เข้าโรงแรมก่อนเพราะโรงแรมติดทะเลสาบ ดูจากบนห้องก็ได้ พอถึงห้องมองออกไปที่หน้าต่างก็เห็นทะเลสาบเป็นน้ำแข็ง ..........แต่มีคนเดินอยู่ มีเต็นท์ แถมมีสโนว์โมบิลอีก พอพ่อเห็นก็รีบลงไปเล่นทันที ส่วนผมขี้เกียจ ขอนอนรอเวลาอาหารเย็น เหอๆ

แต่หลังจากนอนดู TV ไปเป็นชั่วโมง(ไม่มีอะไรดู กดวนไปเรื่อยๆ OTL) ก็ลงไปเดินเล่นบนทะเลสาบบ้าง แล้วก็กลับมากินอาหารเย็นในโรงแรม รอดูพลุที่จุดจากกลางทะเลสาบ แล้วก็ไปออนเซน(อะแฮ่ม ไม่ได้อยากไปหรอกครับ แต่โรงแรมเค้าชาร์จรวมกับค่าที่พักไปแล้วเลยต้องใช้ให้คุ้ม)


ระหว่างทางเมฆเยอะ ยังดีฝนไม่ตก


ทะเลสาบอยู่หลังโรงแรม เดินออกมาถึงเลย ที่ไม่กั้นนั่นคือสุดเขตพื้นดิน


เริ่มเข้าเขตทะเลสาบแล้ว


ตอนแรกนึกว่ามาตั้งแคมป์กัน แต่ที่จริงแค่ตกปลา(ใครจะกล้านอนบนทะเลสาบ)


.........บานาน่าโบทบนน้ำแข็ง จะเล่นทีต้องใส่หมวกกันน็อค


สโนว์โมบิลให้เช่าไปขับเล่นรอบทะเลสาบ


เต็นท์ตกปลาแบบรวม (ไม่ได้ตก แต่แอบเข้าไปดู เหอๆ)


วิธีทำ เจาะพื้นนำแข็งให้เป็นรูแล้วหย่อนเบ็ดลงไป.......จากนั้นก็นั่งเฉยๆ(สนุกมั้ยเนี่ย)


เต็นท์ตกปลาส่วนตัว เหมาะสำหรับคนที่มาเป็นคู่ (ถ้ามาคนเดียวไปอยู่เต็นท์รวมเหอะ)


ตู้อะไร ให้ทายเล่น


เฉลย ตู้ห้องน้ำ .........ยังอุตส่าห์เอามาตั้งกลางทะเลสาบ


มีโรงแรมติดทะเลสาบเพียบ


เริ่มมืดแล้ว ได้เวลาบุฟฯมื้อแรก


พลุจุดจากกลางทะเลสาบ (ไม่รู้จะถ่ายมาทำไม เหอะๆ)

วันที่ 4 จาก AkanKo ไปแวะ Abashiri แล้วไป SounKyo (ร่องผา Soun)

หลังจากออกจากทะเลสาบก็กลับทะเลอีกแล้วครับ คราวนี้มา Abashiri เมืองริมทะเลที่มีชื่อเสียงด้านคุก......... คุกภาษาไทยที่แปลว่าเรือนจำนั่นแหละครับ มีพิพิธภัณฑ์คุกด้วยนะ แต่รอบนี้ไม่ได้มาดูคุกหรอกครับ(......ใครมันจะอยากดูฟะ แต่เหมือนปีที่แล้วที่บ้านจะมาดู เหอะๆ) มานั่งเรือตัดน้ำแข็งครับ ก็ไม่มีอะไรมาก ขึ้นไปนั่งบนเรือแล้วก็ให้มันชนน้ำแข็งเล่น(เหมือน Titanic :P ) ที่จริงเรือแบบนี้เอาไว้ใช้ตัดน้ำแข็งเพื่อให้เรือลำอื่นแล่นได้ แต่ตอนนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปซะแล้ว


เริ่มออกจากท่าก็เห็นประภาคาร มีรูปตัว Clione ติดอยู่ด้วยด้วย
(Clione สัตว์จำพวกหอย เวลาว่ายน้ำเหมือนมีปีกบินได้เลยเรียกกันว่านางฟ้าทะเล)


น้ำแข็งหายไปเยอะแล้ว ต้องออกมาไกลๆหน่อยถึงจะมี (คงจะโดนชนหมด เหอะๆ)


ถ้าจะมาต้องเช็คดีๆ ปีที่แล้วที่บ้านมาน้ำแข็งละลายหมดแล้ว ไม่เหลือซักก้อน


ที่เป็นแผ่นใหญ่ๆก็ยังพอมีอยู่บ้าง


แผ่นนี้เรียบมากๆ สงสัยว่ามีคนทำแล้วเอามาปล่อยรึเปล่า เหอะๆ


เรืออีกลำสวนกัน ชื่อ Aurora 1 ส่วนที่ผมนั่งคือ Aurora 2

หลังจากนั่งเรือเสร็จก็กินอาหารที่ท่าเรือนั่นแหละ ร้านอาหารในนั้นมีแต่อาหารง่ายๆพวกข้าวต่างๆกับราเม็ง ให้ใส่เงินกดเลือกอาหาร(เหมือนตู้น้ำเลย)แล้วจะได้เป็นคูปองเอาไปให้ที่ครัวทำให้ กินเสร็จแล้วก็ไปดูแหลมอะไรซักอย่าง .....จำชื่อไม่ได้


อาหารแบบง่ายๆของผม Ikuradon ข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอน(ทำง่ายจริงๆนะ :P )


ทะเลน้ำแข็ง ภาพหลอกตาสุดๆ จริงๆครึ่งล่างเป็นกำแพงเตี้ยๆริมถนนที่อยู่ข้างหน้า
มีหิมะเกาะถึงขอบกำแพง ครึ่งบนถึงจะเป็นโขดหินที่อยู่ไกลๆกับก้อนน้ำแข็งริมชายฝั่ง


วิ่งไปดูแหลมบนที่ราบสูง


สนามหญ้าสีน้ำตาล


มองลงไปที่ชายฝั่งยังมีน้ำแข็งเหลืออยู่เยอะเหมือนกัน

จบครับ ตัดจบอีกแล้ว วันที่ 4 ยังไม่หมดเลยแต่จะต่อให้หมดคงไม่ไหว อีกครึ่งวันไว้มาต่อคราวหน้าพร้อมกับวันที่เหลือครับ (คิดว่าครั้งต่อไปน่าจะจบได้แล้วมั้ง เหอๆ)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ทะเลสาบแข็ง นี่น่าไปเล่นสเก็ต / โรลเลอร์เบลดบนนู้นเนอะ

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#1 By Johnny on 2008-04-13 23:42

อ อ อ...อิคุระ....

หิวเลยอะ

ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ หวัดดีปีใหม่ไทยเน่อ

#2 By @eltshan@ on 2008-04-13 23:57

ตู้ห้องน้ำเหมือนตอนที่เราไปเชงเม้งบนเขาที่ฮ่องกงเลยค่ะ
ตั้งโดดๆแบบนี้ ไม่กล้าเข้าง่ะ sad smile

เห็นน้ำแข็งแผ่นใหญ่แล้วน่าลงไปนอนกลิ้งจริงๆ
((แต่คงทนหนาวไม่ไหว ^^"))

เราก็ไม่ไปเล่นน้ำข้างนอกค่ะ
แต่ขอเล่นที่ Exteen ละกัน
ขอสาดน้ำอีก entry ... ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

#3 By ~ Reinz ~ on 2008-04-14 02:25

แวะมาชมภาพงามๆ + ย้อนกลับไปดูภาพเอนทรี่ก่อนconfused smile แต่ละที่น่าเที่ยวมากค่ะ

เอ้า มาเล่นน้ำสงกรานต์กัน ปิ้วๆปืนฉีดน้ำ ขันน้ำ

#4 By Kino on 2008-04-14 18:26

เอ...หงส์ฮอกไกโด กะ หงส์ของไทยจาเหมือนกันไหมนะ อยากรุๆ

แม่มดชอบหิมะ แม่มดอยากปาหิมะ ละก็อยากเดิมบนแม่น้ำที่มีน้ำแข็งด้วย

พอเห็นบรรยากาศในรูป มันน่าหนุก แต่แสงสีมันทำให้ดูเศร้าๆไงก็ไม่รุค่ะ

แต่แม่มดก็ยังอยากเล่นอยู่ดีอะ

ถ้าหากหิมะมันแพ็คกลับบ้านได้นะ แม่มดคงงอแงให้พี่เอากลับมาฝากแน่ๆเลย ฮ่าๆ (ล้อเล่นค่า question )

#5 By *~ แม่มด ~* on 2008-04-16 21:14

^
ไม่เหมือนครับ หงส์ไทยเดินบนทะเลสาบน้ำแข็งไม่ได้(เพราะไม่มีให้เดิน question )

สีของฤดูใบไม้ร่วงกับฤดูหนาวก็งี้แหละครับ นี่พึ่งจะเข้าฤดูใบไม้ผลิ รออีกไม่นานก็จะเปลี่ยนสภาพเหมือนอยู่คนละโลกเลย sad smile

#6 By SRP on 2008-04-17 00:56

หูว...เห็นแบบนี้
อยากไปมั่งจัง
ตกปลาแบบหลุมน่าสนใจดีครับ แหม่ ทำให้รู้ว่าญี่ปุ่นก็เน้นธรรมชาติมากกว่าที่คิดนะเนี่ย อยากจับนกกระเรียนจังเลย จะเชื่องมั้ยเนี่ย^^open-mounthed smile

#7 By Hagane F คุง on 2008-04-17 14:45