ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับคนที่ผ่านการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยด้วยครับ(จริงๆตอนนี้แค่ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ แต่ก็เหมือนกันแหละ ถ้าไปสัมภาษณ์ปกติก็ผ่านหมดอยู่แล้ว เหอะๆ) ส่วนคนที่ไม่ได้ผลตามที่หวังก็ไม่เป็นไรครับ ลองเปลี่ยนเป้าหมายไปก่อน แล้วถ้ายังอยากได้เป้าหมายเดิมก็ลองใหม่ปีหน้า ชีวิตนี้หนทางยังอีกยาวไกล(.....พอละ เดี๋ยวจะเริ่มน้ำเน่า)

คราวนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาโจมตีจุฬาฯอะไรหรอกนะครับ เพราะที่จริงอยากพูดรวมๆถึงทุกมหาวิทยาลัยมากกว่า แต่เกรงใจ เดี๋ยวจะหาว่าผมไปยุ่งกับมหาวิทยาลัยอื่น :P

สำหรับจุฬาฯก็เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคนเลือกเป็นอันดับ 1 มากที่สุดของประเทศไทย(อ้างอิงจากสถิติของ สกอ.) ผมไม่ได้บอกว่าจุฬาฯเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศนะครับ มหาวิทยาลัยแต่ละที่ก็มีดีต่างกันไป หลายๆเรื่องจุฬาฯยังล้าหลังกว่าที่อื่นด้วยซ้ำ ตอนเรียนมีครั้งนึงผมไปพรีเซนท์งานหน้าชั้นแล้วเผลอพูดว่ามหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ โดนอาจารย์ตอกกลับทันทีว่าเธอแน่ใจเหรอ จนผมต้องรีบแก้คำพูดใหม่แบบไม่ทันตั้งตัว รอดตายหวุดหวิด(พอดีอาจารย์จบจากธรรมศาสตร์น่ะครับ เหอๆ)

แต่ทุกอย่างในโลกถ้ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียเสมอ ในขณะที่หลายๆคนเลือกจุฬาฯเป็นอันดับ 1 บางคนคิดว่าเรียนอะไรก็ได้ขอให้เป็นจุฬาฯ เช่น ผมเอง(ไม่ได้คลั่งจุฬาฯนะครับ แต่ใกล้บ้านที่สุด ผมขี้เกียจตื่นเช้า เหอะๆ) แต่ก็มีบางคนที่ไม่คิดจะเลือกจุฬาฯด้วยเหตุผลต่างกันไป สมัยผมมีเพื่อนคนนึงคะแนนสอบดีกว่าผมอีก แต่ไม่เลือกจุฬาฯเพราะที่บ้านบอกว่าจะเรียนอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่จุฬาฯ  ผมไม่ได้ถามลึกไปกว่านั้น แต่ก็คิดว่าที่บ้านเค้าคงเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ดีของจุฬาฯ ซึ่งผมเองก็เจออะไรแย่ๆมาหลายเรื่องแล้วเหมือนกัน แต่ก็อย่างว่าครับ ถ้ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ถึงผมไปอยู่ที่อื่นก็ต้องเจอเรื่องแย่ๆของที่อื่นเหมือนกันแหละ

มาถึงตรงนี้อาจมีบางคนเถียงว่าเค้าทนลำบากเหมือนอยู่ในนรก ตั้งใจเรียนในโรงเรียน+เรียนพิเศษ+ทบทวน วันละ 23 ชั่วโมง ยอมนอน 1 ชั่วโมง มาตลอด 12 ปีเพื่อจุฬาฯ (.....มีใครทำแบบนี้จริงๆรึเปล่าครับ ถ้ามีก็ขออภัย เหอๆ) แต่ตอนนี้เค้าได้ตามที่หวัง เข้าไปแล้วก็จะสบายเหมือนขึ้นสวรรค์ จะคิดแบบนั้นก็คงได้ครับ แต่จะทำได้รึเปล่าก็อีกเรื่อง

ผมเคยเห็นหลายๆคนบอกว่าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วต้องเรียนหนักเหมือนเตรียมสอบ Ent ทุกวัน.........ไม่รู้จริงรึเปล่านะครับ ผมคิดว่าบางคนอาจจะพูดจริงทำจริง บางคนอาจจะแค่แกล้งขู่รุ่นน้อง หรือบางคนอาจจะแค่พูดๆไปงั้นแหละ แต่สำหรับผมไม่เคยทำขนาดนั้นหรอกครับ ผมเรียนแบบเซ็งๆมาตลอด(นี่คือผลของการที่คิดว่าเรียนอะไรก็ได้ครับ รู้สึกว่าความตั้งใจเรียนแย่กว่าตอนอยู่มัธยมเยอะเลย) เวลาเรียนก็แทบไม่ได้จด หนังสือเรียนก็ไม่ได้อ่าน เวลาสอบก็เข้าไปมั่วๆ แต่ผมก็ผ่านมาได้ตลอด เกรดปัจจุบันก็ 3 กว่า วิชาที่เหลือต่อให้ได้ D หมดก็ยังได้เกียรตินิยม.........ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าเรียนแบบนี้แล้วมันจะได้เกียรตินิยมได้ยังไงทั้งๆที่ตอน ม.ปลาย ผมตั้งใจเรียนกว่านี้ยังได้ GPA แค่ 2.4 ผมเลยคิดได้อยู่ 2 อย่างคือถ้าไม่เป็นที่โรงเรียนผมมาตรฐานสูงเกินไปก็อาจเป็นเพราะคณะผมมาตรฐานต่ำเกินไป ถ้าไปอยู่คณะอื่นผมอาจจะแย่กว่านี้ก็ได้ใครจะไปรู้

ตรงนี้อาจมีบางคนยิ่งเถียงมากขึ้นว่าขนาดผมเรียนโฉดๆแบบนี้ยังจะได้เกียรตินิยม นี่มันสวรรค์ชัดๆ ก็อาจจะใช่อีกนั่นแหละครับ แต่จะทำได้รึเปล่านั่นก็อีกเรื่องเหมือนเดิม

จุดมุ่งหมายในการเรียนของแต่ละคนต่างกันไปครับ บางคนต้องการผลแบบ Perfect เกรด 4.00 เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง บางคนต้องการผลแค่ให้มันจบๆไป เกรดเอาแค่เกิน 2.00 พอ ของผมเป็นแบบหลังนะครับ(ตัวอย่างที่ไม่ดี เหอๆ) ใครจะมาเรียนแบบผมแต่หวังผลแบบแรกนี่ฝันไปเถอะ แล้วถึงผมจะเรียนแบบโฉดแค่ไหนก็มีลิมิตครับ เวลาเรียนไม่ได้จด หนังสือไม่ได้อ่าน แต่ผมเข้าเรียนทุกครั้ง ไม่สาย ไม่ขาด(ยกเว้นมีเหตุจำเป็น) งานส่งครบทุกชิ้น ตรงนี้มันก็พอจะทดแทนกันได้บ้าง แต่ถ้าใครไม่จด ไม่อ่าน ไม่เข้าเรียน ไม่ส่งงาน.........แบบนี้อย่าว่าแต่จบด้วย 2.00 เลย แค่ปี 1 ก็รอดยากแล้วครับ ใครที่คิดว่าเข้ามาได้แล้วจะทำตัวยังไงก็ได้คิดผิดถนัดครับ

ตั้งแต่ผมอยู่จุฬาฯมาเคยเจอกับคนใกล้ตัว 3 รายครับ รายแรกเป็นเพื่อนที่อยู่สาขาเดียวกับผมเอง คนนี้จบมาจากโรงเรียนชื่อดัง อักษรย่อ ต.*. (ไม่รู้เลยนะเนี่ย เหอะๆ) เข้ามาด้วยคะแนนของสายวิทย์เป็นอันดับ 1 ของสาขาวิชา แต่แทบไม่เข้าเรียนซักวิชา บอกว่าเดี๋ยวตอนสอบค่อยอ่านเอง งานก็ส่งบ้างไม่ส่งบ้าง ผลก็คือจบเทอมแรกด้วยเกรด 1. กว่าๆ แถม F 1 ตัวจากวิชาบัญชี (วิชาบัญชีสำหรับใครที่ไม่เคยเรียน แล้วอ่านเองรู้เรื่องหมดโดยไม่ต้องมีคนอธิบาย ผมขอยกย่องในความเป็นอัจฉริยะของท่าน) เทอม 2 ก็ไม่ค่อยต่างจากเทอมแรกซักเท่าไหร่ แต่ยังดีว่ามันเก่งจริง ทำเกรดรวม 2 เทอมเกิน 2.00 ไม่โดนรีไทร์ ปัจจุบันก็ยังทำตัวเหมือนเดิม ได้ F มา 2-3 ตัวแล้วมั้ง(จากบัญชีอย่างเดียวเลย) แต่เกรดรวมเกิน 2.00 ยังไงก็จบได้

รายที่ 2 รายนี้น่าเสียดายมากครับ เป็นเพื่อนที่ชมรม คนนี้ทำกิจกรรมเยอะมาก พอปี 4 กำลังจะจบ .......แต่จบไม่ได้เพราะติดอยู่วิชานึง แล้วไม่รู้ว่าเค้าไม่อยากพยายามต่อหรือพยายามต่อไม่ได้แล้ว สุดท้ายเลยขอโอนหน่วยกิตย้ายมหาวิทยาลัยไปจบที่อื่นแทน

รายที่ 3 รายนี้น่าเสียดายที่สุดแล้วครับ เป็นรุ่นน้องที่ชมรม อยู่คณะยอดนิยมที่มีผู้ชายเยอะที่สุดในมหาวิทยาลัยซึ่งไม่ได้เข้ากันง่ายๆเลย พอดีช่วงนั้นเกม DotA กำลังฮิตครับ เค้าก็เลย DotA จนจบเทอมแรกด้วยเกรด 0. กว่าๆ.......ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเค้าเรียนยังไง แต่คาดว่าเป็นเพราะเลียนแบบคนอื่นคือโดดเรียนไปเล่นเกม สุดท้ายเทอม 2 เกรดรวมไม่ถึง 2.00 โดนรีไทร์

วิธีเรียนของแต่ละคนแตกต่างกันตามความถนัด บางคนอาจจะนั่งฟังเฉยๆ บางคนอาจจะต้องจดทุกตัวอักษร หรือบางคนแค่อ่านเองก็ได้ ของแบบนี้เลียนแบบกันไม่ได้ครับ ใครจะใช้วิธีไหนก็ใช้ไป แต่ต้องรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้นเอง

แล้วใครที่ติดจุฬาฯคิดว่าตัวเองเก่งมันก็ไม่ผิดหรอกครับ ถ้าคิดแล้วพยายามพัฒนาตัวเองให้เก่งจริงๆ(คนเรามักจะคิดเข้าข้างตัวเองเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วครับ) แต่อย่าให้มันมากเกินไป ประมาณว่าข้าอยู่จุฬาฯ ข้าเก่งที่สุด ไม่มีใครเทียบได้ ถ้าใครคิดแบบนี้นี่แย่แล้วครับ คะแนนอาจจะตัดสินการเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่ตัดสินความเก่งของคนไม่ได้หรอกครับ

ตัวอย่างง่ายๆคือผมเองครับ ตอนผมเข้าจุฬาฯ ผมเข้ามาด้วยคะแนนสอบของสายศิลป์(ผมเรียนสายวิทย์ แต่ไม่เหลือความเป็นวิทย์แล้วครับ เหอะๆ)ด้วยคะแนนสอบไม่รวม GPA สูงสุดของสาขาวิชา แต่พอรวม GPA แล้วผมหล่นไปอยู่ตรงกลางๆ ในขณะที่เพื่อนอีกคนนึงที่เป็นอันดับ 1 ของสายศิลป์ตัวจริงคะแนนสอบน้อยกว่าผม แบบนี้บอกได้มั้ยครับว่าใครเก่งกว่ากัน ถ้ายังไม่แน่ใจก็ลองดูต่อครับ

ปีต่อมาผมกับเพื่อนคนนั้น Ent ใหม่เพื่อย้ายคณะซึ่งเป็นคณะเดียวกัน คะแนนสอบผมก็ยังมากกว่าเค้าอยู่หลายสิบคะแนน(สมัยนั้นคะแนน Ent แค่หลักร้อยครับ ไม่ได้เป็นหลักพันเหมือน Admissions) ผลก็คือ เค้าติด แต่ผมไม่ติด ตอนนี้บอกได้รึยังครับว่าใครเก่งกว่ากัน ..........ผมยังบอกไม่ได้เลยครับ เหอะๆ

ต่อไปลองมาดูเรื่องของคนไกลตัวผมบ้างครับ อันนี้มีคนมาเล่าให้ฟังอีกที

กรณีที่ 1 พ่อผมบ่นให้ฟังเองครับ พ่อบ่นว่าที่ทำงานมีลูกน้องคนนึงจบจากจุฬาฯ ตอนแรกก็นึกว่าจะเก่ง สั่งให้ทำอะไรก็บอกว่าทำได้หมด แต่พอผลงานออกมาไม่ได้เรื่องซักอย่าง เป็นพวก good but mouth (ได้ยินตอนแรกก็งง อะไรวะ good but mouth เหอะๆ) แล้วยังทำตัวได้กร่างมากจนต้องเรียกไปว่าหลายทีแล้ว

กรณีที่ 2 อาจารย์ที่คณะบัญชีเล่าให้ฟังครับ อาจารย์ท่านนี้เป็นที่ปรึกษาของหลายๆบริษัท แล้วก็สอน ป.โท มีผู้บริหารมาเรียนด้วย เลยรู้เรื่องภายในของหลายๆบริษัท อาจารย์บอกว่าเดี๋ยวนี้บางบริษัทไม่อยากได้คนที่จบจากจุฬาฯครับ ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง แต่เพราะไม่สู้งาน เป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ(อาจารย์ใช้คำนี้เลยครับ ผมได้ยินยังเหวอเลย) หรือบางที่รับไปเยอะๆก็เล่นพรรคเล่นพวก เป็นปัญหาของบริษัทอีก

กรณีที่ 3 อาจารย์ที่คณะผมเล่าให้ฟังว่ามีนิสิตไปฝึกงานคณะได้รับคำชมว่านิสิตทำงานดีมาก ยกเว้นอย่างเดียวคือไปสายประจำ ซึ่งตอนนี้แค่ฝึกงานไม่เป็นไร แต่อนาคตทำงานจริงแบบนี้แย่แน่ๆ (แต่อันนี้ไม่แปลกใจครับ เจอ CU Time ประจำ เริ่มเรียน 9 โมง แต่เข้าเรียนกัน 10 โมง เจอแทบทุกวิชา เหอะๆ)

จากตัวอย่างทั้ง 3 กรณีนี้ถึงจะไม่ได้หมายความว่านิสิตจุฬาฯทุกคนจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด และอาจจะเป็นแค่ส่วนน้อย แต่ผมคิดว่าแค่นี้ก็พอที่จะสะท้อนอะไรได้หลายอย่างแล้วครับ

จากที่ว่ามาทั้งหมดนี้สรุปสั้นๆ

- จุฬาฯเป็นสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในประเทศไทยเหมือนกับที่อื่นๆ

- นิสิตจุฬาฯก็เป็นคนคนนึงเหมือนกับคนอื่นๆ

- คนที่อยู่จุฬาฯไม่ได้แปลว่าจะต้องเก่งกว่าคนที่อยู่ที่อื่นเสมอไป

- ความเก่งขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับสถาบัน

- คนที่คิดว่าตัวเองเก่งที่สุดเป็นคนที่โง่มาก

- ใครทำอะไร ไม่ว่าผลจะออกมายังไง คนคนนั้นต้องรับผิดชอบเอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มหาลัยไหนก้ดีเหมื่อนกันครับ แต่ที่เป็นที่ 1 ก็แค่มีแต่คนดังๆแห่กันเข้าไป + กับ อุปกรณ์ศึกษาดีกว่า

แต่ค่าคนวัดที่ตัวเองแหละครับ ขอแค่ตั้งใจเรียนก็พอแล้ว
อย่าเอาแต่เล่น เดวได้โดนไล่ออกพอดี sad smile

เป็นบทคความที่ดีครับ Hot!

#1 By [Blog]-`Nutty,,* on 2008-05-07 17:41

แล้วทีนี้เค้าจะเลือกเรียนจุฬาดีไหมล่ะเนี่ย ฮือออ ยิ่งตัดสินใจไม่ค่อยได้อยู่

อยากเรียนจุฬา แหงล่ะ แต่ก็อยากไปเมืองนอกด้วย ขอความเห็นหน่อยสิคะ

#2 By Mezzanotte on 2008-05-07 17:42

"เกรดปัจจุบันก็ 3 กว่า วิชาที่เหลือต่อให้ได้ D หมดก็ยังได้เกียรตินิยม........."
ชอบประโยคนี้ อยากเป็นได้อย่างงี้บ้าง
เห็ยด้วยค่ะว่าจุฬาไม่ใช่ที่ๆ ดีที่สุด
ดีที่สุดคืออยู่ที่ตัวเราเองมากกว่า ว่าจะทำได้แค่ไหน confused smile

#3 By chenlee on 2008-05-07 17:47

^
อันนี้คงต้องตัดสินใจเองแล้วครับ ผมว่าเรื่องสำคัญแบบนี้ตัดสินใจเองดีที่สุดแล้วมั้งครับ sad smile

#4 By SRP on 2008-05-07 17:48

ที่พูดมาก็เห็นด้วยค่ะ
จริงๆ เหตุผลที่หลายๆคนอยากเข้า จุฬาก็เพราะมันใกล้บ้าน
เดินทางสะดวก บางส่วนก็เห็นว่ามันดูหรูดีล่ะมั้ง
หรือบางส่วนที่บ้านหัวโบราณหน่อยก็อยากให้เข้าจุฬา (เราก็โดนนะ แต่เหมือนอยู่ในวัยต่อต้านเลยไม่อยากทำตาม >> เลยเข้าที่อื่นที่คิดว่าอยากเรียน)

#5 By Catdoll Jin on 2008-05-07 18:00

อ่ะ ลืมให้ดาว (ขอเม้นอีกรอบค่า)
Hot! Hot! Hot! Hot!

#6 By Catdoll Jin on 2008-05-07 18:02

เปนเรื่องที่ดีมากเลยนะครับ
ก็นะส่วนตัวผมคิดว่าการเข้ามหาลัยอะ
เราอย่าดูที่ชื่อครับ ต้องดูสาขาที่ชอบ
มหาลัยเดี๋ยวนี้วัดอะไรไม่ได้หรอกครับ
ว่าที่ไหนดีกว่ากัน ทุกที่ต่างมีดีในตัวเอง
ถ้าจะวัดเนี่ย ต้องวัดที่คุณภาพของนักศึกษาอะนะ
ว่าเป็นยังไง


ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราเองครับ แฮะๆ

#7 By ••HiKaRu_SiaNgO•• on 2008-05-07 18:05

ผมเอง (ไม่ได้คลั่งจุฬาฯนะครับ แต่ใกล้บ้านที่สุด ผมขี้เกียจตื่นเช้า เหอะๆ)
^
นี่ก็เหตุผลของผมล่ะครับ ใกล้ดี คะแนนก็ถึงด้วยก็เลยเลือกอย่างไม่ลังเล ฮ่าๆ

จุฬาไม่ใช่ว่าเก่งที่สุดในความคิดผมครับ แต่จริงๆแล้ว หากพูดในเชิงสถิติ ต้องพูดว่า "โอกาสสุ่มได้คนเก่งจากจุฬานั้นอาจจะมีมากกว่า" เพราะถูกกลั่นกรองเด็กพวกหัวกะทิ (-_-) จากระบบ Admission มาส่วนหนึ่งแล้วล่ะครับ คะแนน จุฬาฯ นี่ก็สูงปรี๊ดแทบทุกปี เฮ้อ ก็เห็นใจคนที่อยากเข้าแต่เข้าไม่ได้เหมือนกันครับ *-*

เรื่องการยกตัวอย่าง ผมมีความเห็นต่างกันออกไปนะครับ ลองยกตัวอย่างง่ายๆดู (ลองเปรียบเทียบกับ เรื่อง เด็กจากมหาวิทยาลัยเข้าทำงานดูนะครับ)

- มีคนใช้รถยี่ห้อ A ซึ่งเป็นรถยี่ห้อที่มีคุณภาพดีที่สุด (โอกาสเสียมีน้อย) มีคนนำมาใช้แล้วเสีย ก็จะบอกว่ารถยี่ห้อ A ไม่ดี ทั้งๆที่คนอื่นใช้ยี่ห้อ A ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก
- แล้วพอเขาเปลี่ยนมาใช้รถยี่ห้อ M ซึ่งเป็นรถยี่ห้อที่มีคุณภาพปานกลาง (โอกาสเสียมีมากกว่า) แล้วเขานำมาใช้แล้วมันดันไม่เสีย ก็จะบอกว่า รถยี่ห้อ M ดีมากนะ ขับดีมาก ไม่เห็นต้องไปใช้แพงๆอย่างยี่ห้อ A เลยทั้งๆที่มีคนบอกว่ายี่ห้อ M เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเป็นประจำ

ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วโดยภาพรวมจากการวิจัยหรือจากอะไรก็แล้วแต่ A ควรจะต้องดีกว่า M แต่ว่าที่มันแย่กว่าเป็นที่ตัว "รถคันนั้น" มากกว่า ไม่ใช่มีปัญหาที่ "รถยี่ห้อนั้น" แต่ถ้าเกิดคนเราเกิดใช้ A แล้วไม่ดีจริง ใช้ M แล้วดีจริง มันก็เป็น Bias ส่วนตัวล่ะครับ :)

เรื่องการทำงานเหยียบขี้ไก่ฝ่อไม่ฝ่อ ... ผมว่าเป็นหน้าที่ของ HR นะครับเรื่องมหาวิทยาลัยแทบไม่ใช่สิ่งจำเป็นเลย ถ้าเกิดทำงานไม่เป็น ทำงานไม่ได้มันก็มีค่าเท่านั้นแหละครับ เพราะมันขึ้นกับ "ตัวคน" ไม่ใช่ "ตัวมหาวิทยาลัย"

พูดงงๆก็ขอโทษด้วยครับ

เอ้า
Hot!

#8 By Johnny on 2008-05-07 18:13

สไตล์การเรียนคล้ายกันเลย แต่ทำไมเราไม่ได้เกรดเท่านี้บ้างเคอะ รึว่าเพราะโดดเรียนบ่อยหว่า sad smile

ปีแรกคณะที่เราเรียนก็เรียนๆ เล่นๆ จนเกือบโดนไทร์เหมือนกัน เรื่องพวกนี้ต้องรับผิดชอบตัวเองจริงๆ เข้ามหาลัยแล้วไม่มีครูมาคอยจ้ำจี้จ้ำไชให้คอยส่งงานหรือเข้าเรียน สุดท้ายแล้วเกรดที่ได้ก็เกิดจากการกระทำของตัวเองล้วนๆ อยู่ดี

ปล. ชอบบทความนี้จัง เราเชื่อว่ายังมีหลายคนที่คิดว่าตัวเองเก่งเพียงเพราะเรียนมหาลัยชื่อดัง แล้วไปดูถูกคนอื่นที่เรียนต่างสถาบัน ช่างน่าสงสารดีแท้Hot!

อากาศร้อนเนอะ (แค่อยากบ่น เหอๆ)

#9 By Kino on 2008-05-07 19:15

อ่านแล้วอดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าคุณ SRP เรียนคณะข้างๆคณะเราใช่มั้ยคะเนี่ย .... แต่คงไม่ใช่คณะเดียวกะเราหรอกนะ(นี่ถ้าบอกว่ากรุ๊ปเดียวกันด้วยคงช็อค) ถ้าเจอกันก็ทักกันมั่งนะค้า

เรียนอยู่จุฬาเหมือนกัน คิดเหมือนกันว่าเด็กจุฬาไม่ได้ดีเลิศอะไรขนาดนั้นหรอก เหตุผลที่เรียนที่นี่เพราะพ่อแม่อยากให้เข้า แล้วมันเดินทางสะดวกสุดแล้ว ถ้าบ้านเราใกล้ธรรมศาสตร์ก็คงเรียนธรรมศาสตร์

ทุกวันนี้ก็เรียนไปงั้นๆขอให้มันผ่านๆเหมือนกันค่ะ เข้าเรียนบ้าง ไม่เข้าบ้าง เข้าไปนั่งคุยบ้างนั่งเอ๋อเพราะไม่รู้เรื่องบ้าง เน้นอ่านเองซะส่วนมาก ก็ได้เกรด 3 กว่าๆ คิดว่าพอใจแล้ว และก็คงเรียบแบบเซ็งๆเบื่อๆแบบนี้ต่อไป ... พูดถึงสายที่เรียนอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้ชอบมันเท่าไร แต่ก็ไม่ได้เกลียด เรียนไปได้เรื่อยๆ มันคงไม่มีอะไรเพอร์เฟคไปหมดหรอกเนอะ

#10 By \ MEIJI / on 2008-05-07 19:56

^
ไม่ใช่หรอกครับ สบายใจได้ question

#11 By SRP on 2008-05-07 20:10

ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง แต่เพราะไม่สู้งาน เป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ <--- อาจารย์เคยพูดถึงเหมือนกันว่าที่นิเทศฯจุฬาหางานยากกว่า ม.กรุงเทพ ก็เรื่องนี้แหละ ไม่สู้งาน

เราเลือกมหา'ลัยตามความสะดวกแฮะ..... (ผลก็อย่างที่เห็น 555)ก็ดูหลักสูตรด้วยน่ะแหละ แล้วก็ความสามารถตัวเอง ถ้ามันจะต้องดิ้นรน อ่านหนังสือ 20 ชม. หรืออ่านเตรียมสอบกันข้่ามปีก็คงไม่เข้า sad smile ได้อนาคตที่ไม่รู้ดีจริงรึเปล่า กับเีสียสุขภาพจิตและความสุขไม่คุ้มกัน (ฮา)

#12 By JiBi_AI on 2008-05-07 21:19

อืมม เรากลับเจอพวกบริษัท คนข้างนอกที่ตัดสินว่าจบจากจุฬานี่เทพมาก เวลาไปทำงานที่ไหน ไปสัมภาษณ์ก็จะโดนคาดหวังสูงมาก ประโยคที่ได้ยินเสมอๆคือ ยอดไปเลย เยี่ยมไปเลย เก่งจัง สมเป็นเด็กจุฬา

ตั้งแต่เราเข้าเรียนปีหนึ่ง อาจารย์ที่คณะก็กรอกหูเราด้วยคำพูดว่าจุฬาคือโตไดของไทย แล้ว เราไม่ใช่คนบ้าสถาบันอะไร แต่ดูเหมือนอาจารย์หลายคนพยายามปลูกฝังค่านิยม ความเชื่อนี้อยู่ดี

จะว่าไปก็ส่วนมากเป็นคนญี่ปุ่นพูด อาจจะเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคลของเค้าเองก็ได้ ที่เจอเด็กจุฬาเก่งๆมาเยอะ เราเคยอ่านหนังสือการเลือกพนักงานของคนญี่ปุ่น ซึ่งมีเขียนไว้ว่า ถ้าจบจากจุฬา มธ หรือเกษตรล่ะก็ หายห่วงไปได้ครึ่งนึงแล้วเห็นได้ว่าคนญี่ปุ่นนี่ก็บ้าสถาบันไม่แพ้คนไทยเลย (อาจจะมากกว่าด้วย)

#13 By @eltshan@ on 2008-05-07 21:39

ปีนี้เพิ่งเอ็นติดจุฬา แต่พอเข้าได้แล้วเริ่มรู้สึกกลัวว่าจะเรียนไม่รอด -*-

แต่คิดว่าไงๆก็จะพยายาม เข้าได้แล้วจะไม่ยอมให้สุญเปล่าเด็ดขาด

อ่านแล้วได้ข้อคิดดีๆมากเลยค่ะ ความจริงที่เลือกจุฬาเพราะมันใกล้รร.เดิม ไปๆมาๆบ่อยจนชิน (คือ...เป็นคนกลัวสถานที่แปลกๆอะ = =)

ปล. ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ ^^ Hot!

#14 By BoNnE on 2008-05-07 22:58

ผมว่าเรียนไหนก็ได้นะครับ
ขอให้ตั้งใจเป็นพอbig smile

ผมก็ CU แต่บทความนี้ดีจริงๆครับ
Hot!

#16 By greateve2b on 2008-05-08 00:31

เราเองก็เคยคิดอยากเข้าจุฬาฯเหมือนกันนะคะ
แต่พอได้เรียนที่เรียนอยู่ ก็คิดว่าดีละ ... ใกล้บ้าน
เหตุผลเหมือนกันคือขี้เกียจตื่นเช้า+เดินทางสะดวก
[ด้วยเพราะเหตุผลนี้เลยคิดว่าเรียนอะไรก็ได้
ยังไงก็ยังไม่รู้เลยว่าเราเองอยากเรียนอะไร]

จากที่ได้เห็นและได้ยินมาจากหลายๆคน ก็สรุปได้ว่า...
เรื่องการที่จะประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถาบัน
แต่อยู่ที่ตัวเราเอง ((และโอกาส)) confused smile

#17 By ~ Reinz ~ on 2008-05-08 02:20

อยากบอกคนที่จะเอ็นท์มากๆ เลยว่า อย่าเอาความฝันไปแลกกับค่านิยมในสังคม ก่อนคิดจะเลือกคณะและมหาลัย ถามใจดูก่อนว่าอยากเรียนสาขาอะไร อยากใช้ชีวิตทั้งชีวิตประกอบอาชีพอะไร อยู่ในแวววงไหนกันแน่

และไม่ว่าจะเลือกอะไร ผลการเลือกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถูกกำหนดด้วยความขยัน ความพยายาม และความตั้งใจของตัวเองแล้ว

#18 By + + n e o r o s i f i x + + on 2008-05-08 03:57

เลือกจุฬาเพราะใกล้แหล่งโรงหนังครับ
ถ้าโรงหนังทั้งหลายตรงนี้ (สยาม ลิโด้ สกาล่า พารากอน ฯลฯ) ย้ายไปอยู่รังสิต ผมก็คงตามไปรังสิต

หลายจังหวะ ผมรู้สึกว่าจุฬาทำตัวเหมือน ม.ปลาย มากๆ จนไม่น่าเชื่อว่าที่นี่คืออุดมศึกษา (แต่โชคดีที่ผมอยู่คณะที่ "ม.ปลาย" น้อยหน่อย ไม่เหมือนอักษร หรือคณะสายวิทย์บางคณะ) ไม่ได้พูดเรื่องการศึกษา แต่พูดเรื่องกฎระเบียบอะไรเทือกนั้น (ได้ยินมาว่าบางคณะยังมีอาจารย์วิ่งไล่ตัดผมนักเรียนชายอยู่เลย!)

แต่บางครั้งการออกข้อสอบของบางคณะก็ "ม.ปลาย" มากๆ เท่าที่ได้ยินมา
เช่น เอา สคส.ในหลวงมาให้ท่อง แล้วต้องวิเคราะห์แบบเดียวกับอาจารย์ อะไรเทือกนี้ 555+
(เพื่อ?)

ก็ถือว่าเป็นสังคมอีกแบบหนึ่งล่ะครับ

เพราะคณะที่ผมเลือกเรียนนี่ก็เรียนเพราะอยากเรียน แทบไม่ได้คิดเรื่องงานในอนาคตเลย แย่ๆ 55+

#19 By nanoguy on 2008-05-08 08:03

555 วิเคราะห์ซะ ยังไงก็ขอความเห็นส่วนตัวหน่อยแล้วกันนะคะ ในฐานะที่อยู่จุฬาฯเหมือนกัน ถึงจะคนละคณะก็เถอะ สำหรับเราเป็นชีวิตที่ยากลำบากพอประมาณค่ะ คือ ข้อสอบคณะเรา ไม่มีการทำอะไรแบบม.ปลาย เหมือนบางคณะอ่ะ เพราะงั้นทุกอย่างคือ ของใหม่ล้วนๆ แล้วก็ไม่มีที่เรียกว่าช่วยเด็กเลยแม้แต่นิดเดียวด้วย เพราะงั้นถึงจุฬาฯอาจจะไม่ได้ดีที่สุด หรือว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆอย่างที่ใครๆคิดกัน แต่ก็คิดว่ามีความเคร่งครัดและมีสภาพแวดล้อมที่เด็กมีความตั้งใจ และนักศึกษาก็ค่อนข้างขยันพอประมาณค่ะ อาจจะไม่ทุกคน บางคนอาจเรียนแค่เพื่อจบ แต่ถ้าใฝ่ดีกว่านั้น เราว่าที่นี่มันก็เป็นมหาลัยที่ดีที่รวมคนที่มีความขยันค่ะ อาจจะไม่ได้เก่งจริง อย่างที่ว่ามันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่คิดว่าส่วนใหญ่ค่อนข้างมีความรับผิดชอบในตัวเอง เรียกว่าอย่างน้อยถ้าเข้าจุฬา ก็คงพอภูมิใจในตัวเองได้บ้างว่า เก่ง จะหัวดี ขยันดี ดวงดีอะไรก็เถอะค่ะ ที่เหลือก็แล้วแต่ตัวเองแล้วว่าเข้ามาแล้วจะประสบความสำเร็จได้อย่างคนที่อยู่มหาลัยอื่นหรือเปล่าก็แล้วกันไป

อันนี้เป็นมุมมองส่วนตัวนะคะ นิสัยเราค่อนข้างขี้เกียจ แต่พอจำเป็นก็ขยันพอประมาณจนได้เกียรติ 1 ไม่ได้หวังแค่ผ่าน หรือเรียนเล่นๆ อ่านหนังสือเยอะกว่าตอนเอนท์มากค่ะ เดิมเราก็อยู่สายวิทย์เหมือนกัน แต่เข้ามหาลัยแล้วรู้สึกรากเลือด ไม่เห็นรู้สึกว่ามันจะง่ายหรือนอนเล่นแล้วก็ได้เกียรตินิยม นิสิตจุฬาที่เก่งๆไม่ใช่พระเจ้าเพราะจุฬา แต่เป็นพระเจ้าเพราะตัวเองค่ะ ถ้าได้ชื่อว่าอยู่จุฬา แต่เข้ามานอนเล่นคิดว่า ได้เกียรตินิยมอย่างง่ายๆ อันนั้นมันก็อยู่ที่คนแล้วล่ะค่ะ แต่อย่างน้อยถ้าได้เข้ามาอยู่จุฬาฯ ก็เป็นหลักฐานว่าเราได้พยายามเพื่อชีวิตมาบ้างแล้ว อาจจะเพราะทำจีพีเอไว้ดีตอนม.ปลายหรืออะไรก็ช่างเถอะ เราว่างั้นนะ

#20 By saris (58.8.122.16) on 2008-05-08 12:40

พี่คะ...หนูอยากสารภาพว่าหนูสมาธิสั้นอย่างแรง แต่ก็อ่านจนจบได้ เย้ๆ

ที่จริง...จุฬาก็เป็นมหาวิทยาลัยนึง แต่ครายจะมองว่าดีเลิศ หรือ รู้สึกยังไงก็ขึ้นกับมุมมองของคน

ที่จุฬาเป็นที่นิยมอาจเพราะค่านิยม หรือ นิสิตมีคุณภาพก็ได้

แต่คนเราก็ไม่จำเป็นจะต้องตามใครนี่คะ แม่มดว่าเรียนที่ไหนเค้าก็สอนให้เราเป็นคนดีได้เหมือนกัน ถ้าหากเราไม่ขวนขวายในทางที่ผิด

เคยได้ยินกรณีของคนนึงที่อยากเข้าที่นี่มากๆ ถึงขนาดยอมเอนเข้าคณะอะไรก็ได้ แต่ขอให้เปงจุฬา

เราเองก็อดคิดไมได้ว่า เค้าจะเรียนอย่างมีฟามสุขได้จิงอะป่าว เฮ้อ...

ป.ล. เชื่อแล้วค่ะว่าบัญชียากจิงๆ ไม่ว่าจะไปที่มหาลัยไหนก็มีแต่คนยอมซูฮกให้วิชานี้
ป.ล. (อีก) คนที่คิดว่าตัวเองเก่ง เป็นคนที่โง่ >> อันนี้แอบเห็นด้วยนะคะ

ป.ล. (สุดท้าย) หนูเอาดาวมาฝากค่ะ ชอบงับ Hot! Hot! Hot!

#21 By *~ แม่มด ~* on 2008-05-08 17:55

#22 By +~Milsnarak~+ on 2008-05-08 20:05

เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ มิน่าทำไมแม่ถึงบอกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าจุฬาจริงๆหรอก

#23 By +~Milsnarak~+ on 2008-05-08 20:05

จุฬาไม่เคยอยู่ในสายตาผมครับ

เพราะไม่มีคณะที่ผมต้องการ sad smile

#24 By D û D e ` z on 2008-05-08 20:13

นั่นสินะ เราก้อเลือกจุฬาก้อเพราะจะได้ไม่ต้องไปอยู่หอ
แต่ตอนแรกเราก้อไม่ได้คิดว่าจะติดนะ
เรียนพิเศษก้อเพิ่งมาเรียนตอนม.6
แถมจะสอบโอเน็ตยังมานั่งคอสกันอยู่เลย

ก้อไม่ได้ยึดติดอะไรนะ ถ้าไม่ติดที่นี่เราก้อแค่ต้องไปอยู่หอ
แต่ไม่ถึงกับจะคิดฆ่าตัวตายหรอก
สงสัยเพราะรุสึกเหมือนไม่ได้พยายามมาตั้งแต่แรกด้วยมั้ง

#25 By ωΨωShinryuu_SanaωΨω on 2008-05-08 20:27

อ่านแล้วโดนใจมากเลย

อย่างตอนที่เราเอนท์ไม่ติดนะ ปีที่แล้ว
ป้าเราบอกว่า "โกก็ไม่รู้ด้วยสิ ว่าเอกชนที่ไหนดี
เพระว่าลูกโกเรียนแต่ จุฬา กะ ธรรมศาสตร์"


เหอะๆ พี่เราจบเอกชน ยังได้เงินดือน เยอะกว่าลูกเค้าที่จบจุฬาเลย

#26 By ♥ Domo ♥ on 2008-05-08 20:29

เบ๊ไม่เคยเอนต์ค่ะ เพราะที่บ้านไม่มีเงิน ตอนม.6 พ่อบอกว่า เอนต์ได้มั้ย เอา เกษตรก็ได้ ธรรมศาสตร์ ก็ได้ ไม่เอารามไม่มั้ย ซึ่งเบ๊ก็ตอบไปว่า ไม่มีเงินส่งก็เรียนรามแหละดีแล้ว ประหยัดดีจะตาย

เบ๊รู้สึกเฉยๆ กับจุฬาฯค่ะ บางครั้งก็แอบหมั่นไส้ อะไรๆ ก็จุฬาฯ คือ มีความพิเศษอะไรขนาดนั้นเชียวเหรอ ไฮโซขนาดนั้นเชียวเหรอ นิสิตที่จบมาก็คนเหมือนๆ กัน

เบ๊เรียนรามไป ทำงานไป เข้าเรียนบ้าง ไม่เข้าบ้าง สอบตกบ้าง เบ๊ก็เฉยๆ เบ๊ว่ารามก็จบไม่ได้ง่ายนะ มันก็ใช้ความพยายามในการเรียน ไม่ต่างจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ หรอกค่ะ

เอนต์ไม่ติดจุฬาฯ มารามคำแหงกันเถอะน้องๆ

#27 By General เบ๊ on 2008-05-08 20:29

เรียนที่ไหนก็เหมือนกันแหละ บางคณะแม้จะต่างมหาวิทยาลัยใช้อาจารย์ชุดเดียวกันด้วยซ้ำ

แต่ปัญหาคือค่านิยมแบบผิดๆของคนไทยต่างหาก

#28 By Nw.kana Quatre on 2008-05-08 20:46

เห็นด้วยค่ะ ว่าจุฬาไม่ได้พิเศษกว่าใครเค้าเลย

"- จุฬาฯเป็นสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในประเทศไทยเหมือนกับที่อื่นๆ

- นิสิตจุฬาฯก็เป็นคนคนนึงเหมือนกับคนอื่นๆ

- คนที่อยู่จุฬาฯไม่ได้แปลว่าจะต้องเก่งกว่าคนที่อยู่ที่อื่นเสมอไป

- ความเก่งขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับสถาบัน "

เขียนได้ดีมากๆเลยค่า ^ ^

จาก ศิษย์จุฬา

PS ตัวเองก็เลือกเรียนอะไรก็ได้ ขอให้เป็นจุฬา เพราะใกล้บ้านเหมือนกันเลยค่า 555+

#29 By ˚ ◦ ˚◦ MeMi ◦˚ ◦ ˚ on 2008-05-08 20:47

ชอบหัวข้อมากเลยค่ะ > [] <!!


คนเราจะเก่งมันขึ้นอยู่กับความสามารถค่ะ

#30 By *,,SinZaxx:ShishInzzz;;,,* on 2008-05-08 20:50

CU timeเห็นเพื่อนที่ซิ่ลมาเล่าให้ัฟังเหมือนกันแฮะ อ่าๆ ไม่ได้เรียนจุฬาแต่เคยมีอ จากจุฬามาสอนแล้วเค้าไม่ให้บอกว่าถึงมหาลัย...จะไม่ดีเท่า...
เค้าบอกว่าแต่ละที่ย่อมมีดีแตกต่างกัน ใช่ว่าที่นี้จะดีกว่าที่นู้น
ก็ใช่ว่าเราเข้ามหาลัยดีๆ แล้วเราจะดีด้วยมันต้องขึ้นกับต้วเองด้วยเนาะ แต่เพื่อนๆที่เรียนอยู่จุุฬาก็นิสัยดี เรียนดีนะคะHot!

#31 By TaLgY on 2008-05-08 20:52

มันเป็นเรื่องของค่นิยมค่ะ

แต่เราเลือกจุฬาไว้อันดับ3Hot!

#32 By Tang-May on 2008-05-08 20:53

หึๆๆๆๆ อ่านแล้วมองเห็นทะลุปรุโปร่ง

เหตุผลหลักที่เลือกจุฬา เพราะความสะดวกหลาย ๆ อย่าง (แม้ว่าบ้านจะไม่ได้อยู่ใกล้) และ ความชินที่ (อาจจะฟังดูแปลกไปหน่อย แต่ อยู่มา 12 ปี ต่ออีก 4 จะเป็นไรไป)

ตั้งแต่อยู่จุฬา จนจบเป็นบัณฑิตเนี่ย สิ่งที่เกลียดที่สุดคือได้ CU Time นี่หล่ะ
จะบ้าตาย คิดว่าคนอื่นเค้าว่างมีเวลารอกันทั้งวันรึไง
นัด 9 มา10 ยังน้อย ที่ภาค เคยเจอ นัด 9 มาบ่าย 3 แล้ว เหอะๆๆ

คนไทยติดภาพลักษณ์จุฬามากเกินไป

ทั้งที่ จะยังไง มันก็อยู่ที่ตัวบุคคลแท้ ๆ

#33 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2008-05-08 20:55

เราเรียนเอแบค ทั้งอ่านทั้งสรุปหลายรอบ

ทำม้ายทำมาย มานออกมาได้แค่เกือบสาม

ปล.นั่นเพราะเราไม่เก่งเองแหละค่าsad smile


ความเก่งขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับสถาบัน


Hot! Hot! Hot! จริงแท้แน่นอนopen-mounthed smile
"ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน" หาใช่ "ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร, ที่ไหน, อย่างไร"

#35 By - [ S l o w b l a d e ] - on 2008-05-08 21:02

พูดอีกก็ถูกอีกค่ะ
ขอบคุณที่เขียนบทความดีๆมาให้อ่านนะคะ
หนูกำลังเตรียมเอ็นท์อยู่พอดีค่ะ big smile

#36 By HOMO(sap)IENS on 2008-05-08 21:03

เรื่องไม่สู้งานนี่อย่าว่าแต่จุฬาเล้ย..

#37 By ไอ้แพท.. on 2008-05-08 21:04

จุฬาไม่เคยอยู่ในตวามคิดผมเลย

(แม้จะentไม่ติดที่ไหนเลยตอนนี้)

ผมว่ามันยังไงไม่รุ้


คนรุ่นผมมันเรียนอะไรก็ได้ขอชื่อมหาลัย

มีคนนึงเรียนอะไรก็วิศวะ ไม่ติดแม่งควาย


อีกคนอยากเรียนสถาปัต ตอนนี้มันเป็นเด็กอุเทนไปแล้ว
มันบอกเรียนอุเทนได้ใบสถาปนิก

#38 By Dongz on 2008-05-08 21:06

เฮ้ย นั่งพิมพ์ตั้งยาว ไหง เหลือประโยคเดียวเนี่ย กำ

#39 By ไอ้แพท.. on 2008-05-08 21:08

อะไรที่เกิดก่อนย่อมติดตลาดก่อน
เหมือนผงซักฟอกเรียกติดปากว่าแฟ้บแต่ความจริงใช้บรีส
ผมชอบ ม.แม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีอะไรหลายอย่างที่จุฬา ธรรมศาสตร์ เกษตร ไม่มี เสียดายที่ผมเกิดเร็วไปหน่อย

#40 By Boom on 2008-05-08 21:12

ฉันเลือกที่สาขาวิชาอะค่ะ
แล้วก็เลือกที่จุฬาไว้เพราะมันใกล้บ้าน
พ่อบอกว่าก็โอเค แต่ใจจริงพ่อเป็นห่วงนิดหน่อย เรื่องค่านิยมบางอย่างของจุฬาที่มัน เอ่อ...
(แต่บางอย่างฉันว่าก็ดีนะ)
ตอนนี้ฉันรู้สึกถึงมันนิดหน่อย
แต่ว่าฉันต้งใจว่าจะดูแลตัวเองให้ดี
(แบบว่าไงล่ะ อธิบายไม่ถูก)
ยังไงๆมันก็ขึ้นอยู่กับเราเนอะ



Hot! Hot! Hot!

#41 By flawas on 2008-05-08 21:14

เราเองก็เรียนอยู่จุฬาค่ะ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเจ๋งหรืออะไรเลย อย่างเพิ่งไปฝึกงานมา รู้เลยว่าตัวเองสู้ม.อื่นไม่ได้เลย แล้วก็ไม่ค่อยเปิดตัวไปโลกภายนอกด้วย ยิ่งคณะเราค่อนข้างปิดตัวเองน่ะค่ะ ขนาดกับในจุฬาเองยังไม่ค่อยสุงสิงกับคนอื่น

ไม่ชอบเลยที่พวกเสื้อรับน้องเขียนว่า ไม่เก่งหรอกแค่ติดจุฬา เห็นแล้วหงุดหงิดมาก เกลียดจริงๆเลยค่ะ พวกที่เห็นแต่คุณค่าของสถาบัน ไม่ได้มองที่คุณค่าของคน...

อีกนิดค่ะ เราเคยมีเพื่อนคนนึง เรียนเก่งมากๆๆๆๆๆๆแต่เค้าก็ไม่ได้ไปเรียนต่อที่โรงเรียนต.*.แบบคนอื่นๆ เพระเค้าบอกว่า เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน ซึ่งเค้าก็ประสบความสำเร็จ เรารู้สึกว่า เรียนที่ไหนก็ได้ มันก็ได้ดีทั้งนั้นล่ะ ถ้าเราตั้งใจดีน่ะค่ะ...

ขอโทษนะคะ ใส่อารมณ์มากไปหน่อย...พอดีไม่ค่อยชอบเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว รู้สึกว่าจุฬาชอบเล่นพวกน่ะค่ะ...

#42 By ทานุขนฟู on 2008-05-08 21:15

เห็นด้วยเลยค่ะ คนเก่งไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เก่งได้ และไม่ใช่ว่าที่ 1 ของประเทศจะต้องเลือกจุฬาเสมอไป

ตอนนี้เค้าไม่ได้ดูที่เกียรตินิยมเป้นหลัก แต่ดูที่ผลงานและความสามารถ

ไม่ได้อยู่จุฬานะ ไม่เลือกด้วย ยอมรับว่าไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ดูคนที่ความสามารถมากกว่าค่ะ

#43 By Ojisama on 2008-05-08 21:21

บอกได้คำเดียวว่าบทความนี้
เยี่ยมจริงๆ ครับ

Hot!
ก็จริงนะคะที่คนส่วนใหญ่ยังยึดติดกับชื่อของมหาวิทยาลัยอยู่ จนกลายเป็นค่านิยมไปซะแล้ว

แรกๆเราก็โดนผู้ใหญ่ที่บ้านเอาความคิดความเชื่อมาฝังหัวเหมือนกับคนทั่วไปว่า "จุฬาฯสิดีที่สุด"

แต่เหตุผลที่แท้จริงที่เราเลือกจุฬาฯก็เพราะว่าอยู่ใกล้บ้านค่ะ ขี้เกียจตื่นเช้าเหมือนกัน (ฮา) แบบว่าแค่เดินข้ามถนนไปก็ถึงมหาลัยแล้ว

ชีวิตการเรียนที่นี่ จะบอกว่ามีอะไรดีๆก็เยอะจริงนะคะ แต่ส่วนที่ยังแย่หรือยังด้อยอยู่ก็ใช่ว่าจะไม่มี (เช่นระบบลงทะเบียนออนไลน์อะไรก็ตามที่ชอบล่มในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน, ความไม่ตรงต่อเวลาที่แม้แต่อาจารย์บางคนก็ยังเป็น, นิสิตที่ติดเหล้า-บุหรี่-การพนัน ฯลฯ)

สรุปแล้ว ทุกที่ก็มีทั้งส่วนดีและส่วนด้อยแหละค่ะ

คนจะเก่งหรือไม่เก่ง จะประสบความสำเร็จในชีวิตหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเองทั้งนั้นแหละ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อของมหาวิทยาลัยเลย

อยากให้คนที่ยังยึดติดกับเรื่องชื่อมหาวิทยาลัย(ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก)ได้อ่านบทความนี้ค่ะ Hot!
not many times i read long blog until end. well, this is because wanna know what u said about CU as the one who graduated from CU too.

feel not surprised for what u said in this blog since some of the points u mentioned ever heard.

yes, it's true that CU is not the best university of Thailand, it's true that anyone studies in this renowned university is the perfect person.

in conclusion, any universities in Thailand got almost-same-level. Graduates should not be measured from the universities they finish.

it depends on each person, how u try hard to get knowledge, how u behave urself both for yourself and for the society.

somehow, the negative of CU's side should not be the matters to focus,since, in my opinion, everything got both sides. the bad one should not be the point to attack! u know, not only CU got these habits. (i'm not taking side with my university, but just say the truth.)

that's all.

it depends on us, ourselves!

great time whatever u should and wherever u are..

this is the world!!

#46 By Nu Ching's Journal on 2008-05-08 21:30

อืมม...สำหรับตัวเราเอง ป.ตรีก้อจบจุฬาฯ แล้วตอนนี้ก้อกำลังเรียนป.โทที่จุฬาฯเหมือนกัน แต่คนละคณะ เรายังมีความรู้สึกเลยว่า ต่างคณะกันยังมาตรฐานไม่เหมือนกันเลย ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับว่าเราเรียนคณะไหน อ.เป็นยังไง ผู้บริหารของม.หรือคณะนั้นเป็นยังไง สุดท้ายแล้วก้อต้องขึ้นอยู่กับตัวเราเองด้วยว่า ทำตัวยังไง (ซึ่งอันนี้สำคัญที่สุด) เรียนม.ไหนหน่ะมันไม่สำคัญเท่ากับว่าเราได้ทำดีที่สุดเพื่อนำความรู้ที่ได้เรียนมาไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดรึเปล่าหรอกconfused smile

#47 By imai283 on 2008-05-08 21:30

ใช่เลยครับ..ปอนก็เป็นอีกคนนึงที่ไม่ได้เลือกเรียนที่สถาบันการศึกษาเลย แต่การเลือกเรียนจะวิเคราะห์จากรายจ่ายเป็นหลักsad smile ตอนป.ตรีก็คิดว่าแพงหน่อยอยู่ที่บ้านดีกว่าต้องไปอยู่กทม. เพราะคงจะเสียตังค์เยอะ

พอมาเรียนป.โทก็เลือกที่มีค่าเรียนถูกที่สุดครับsad smile confused smile

#48 By ปอนปอน on 2008-05-08 21:31

re-type as wrong input..

yes, it's true that CU is not the best university of Thailand, it's true that anyone studies in this renowned university is the perfect person.

should be..
yes, it's true that CU is not the best university of Thailand, it's true that anyone studies in this renowned university is not the perfect person.

#49 By Nu Ching's Journal on 2008-05-08 21:33

เอนท์ปีนี้ล่ะ

มีแต่คนถามว่าทำไมไม่เลือกจุฬาไว้อันดับหนึ่ง ทำไมถึงเลือกมธ.ทั้งที่คณะที่เล็งไว้ที่จุฬาน่ะดังกว่า ตอนแรกตัดสินใจตั้งนาน คือพอดีอยู่โรงเรียนที่ชื่อย่อชื่ ต.*. นั่นด้วยล่ะ 5555 (ละไว้ในฐานที่เข้าใจ)

มาอ่านentryนี้แล้วโดน -_-!

ตอนแรกจะเลือกจุฬา แต่คิดไปคิดมา เราเลือกด้วยเหตุผลอะไรกันแน่? ตอนนี้ติดมธ.แล้ว เวลาคนถามเลยจะบอกสั้นๆง่ายๆไปว่า

เบื่อสามย่าน อยากไปสูดอากาศแถวรังสิต -_-;;


ถ้าตอบสัมภาษณ์อย่างนี้
จะดีมั้ยเนี๊ยะ

ฮ่าๆๆๆๆ


Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! ~
เป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้อยากเข้า ฬ เพราะรู้ว่าคะแนนเราคงไปสู้คนอื่น ๆ ที่แข่งกันแย่งเข้าไปนั้นไม่ได้

เหตุผลเดียวที่สามารถมารั้งเราให้อยากเข้า ฬ ได้ คือ ใกล้บ้าน -*- ไร้สาระที่สุด!!

555++

มีคนเคยพูดว่า การแอดมิดชั่นไม่ติดไปอยู่มหาลัยเปิดหรืออื่น ๆ ไม่สามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้
มีเพียงการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่เป็นตัวกำหนดชีวิต double wink

#51 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-05-08 21:45