ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับคนที่ผ่านการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยด้วยครับ(จริงๆตอนนี้แค่ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ แต่ก็เหมือนกันแหละ ถ้าไปสัมภาษณ์ปกติก็ผ่านหมดอยู่แล้ว เหอะๆ) ส่วนคนที่ไม่ได้ผลตามที่หวังก็ไม่เป็นไรครับ ลองเปลี่ยนเป้าหมายไปก่อน แล้วถ้ายังอยากได้เป้าหมายเดิมก็ลองใหม่ปีหน้า ชีวิตนี้หนทางยังอีกยาวไกล(.....พอละ เดี๋ยวจะเริ่มน้ำเน่า)

คราวนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาโจมตีจุฬาฯอะไรหรอกนะครับ เพราะที่จริงอยากพูดรวมๆถึงทุกมหาวิทยาลัยมากกว่า แต่เกรงใจ เดี๋ยวจะหาว่าผมไปยุ่งกับมหาวิทยาลัยอื่น :P

สำหรับจุฬาฯก็เป็นมหาวิทยาลัยที่มีคนเลือกเป็นอันดับ 1 มากที่สุดของประเทศไทย(อ้างอิงจากสถิติของ สกอ.) ผมไม่ได้บอกว่าจุฬาฯเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศนะครับ มหาวิทยาลัยแต่ละที่ก็มีดีต่างกันไป หลายๆเรื่องจุฬาฯยังล้าหลังกว่าที่อื่นด้วยซ้ำ ตอนเรียนมีครั้งนึงผมไปพรีเซนท์งานหน้าชั้นแล้วเผลอพูดว่ามหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ โดนอาจารย์ตอกกลับทันทีว่าเธอแน่ใจเหรอ จนผมต้องรีบแก้คำพูดใหม่แบบไม่ทันตั้งตัว รอดตายหวุดหวิด(พอดีอาจารย์จบจากธรรมศาสตร์น่ะครับ เหอๆ)

แต่ทุกอย่างในโลกถ้ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียเสมอ ในขณะที่หลายๆคนเลือกจุฬาฯเป็นอันดับ 1 บางคนคิดว่าเรียนอะไรก็ได้ขอให้เป็นจุฬาฯ เช่น ผมเอง(ไม่ได้คลั่งจุฬาฯนะครับ แต่ใกล้บ้านที่สุด ผมขี้เกียจตื่นเช้า เหอะๆ) แต่ก็มีบางคนที่ไม่คิดจะเลือกจุฬาฯด้วยเหตุผลต่างกันไป สมัยผมมีเพื่อนคนนึงคะแนนสอบดีกว่าผมอีก แต่ไม่เลือกจุฬาฯเพราะที่บ้านบอกว่าจะเรียนอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่จุฬาฯ  ผมไม่ได้ถามลึกไปกว่านั้น แต่ก็คิดว่าที่บ้านเค้าคงเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ดีของจุฬาฯ ซึ่งผมเองก็เจออะไรแย่ๆมาหลายเรื่องแล้วเหมือนกัน แต่ก็อย่างว่าครับ ถ้ามีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ถึงผมไปอยู่ที่อื่นก็ต้องเจอเรื่องแย่ๆของที่อื่นเหมือนกันแหละ

มาถึงตรงนี้อาจมีบางคนเถียงว่าเค้าทนลำบากเหมือนอยู่ในนรก ตั้งใจเรียนในโรงเรียน+เรียนพิเศษ+ทบทวน วันละ 23 ชั่วโมง ยอมนอน 1 ชั่วโมง มาตลอด 12 ปีเพื่อจุฬาฯ (.....มีใครทำแบบนี้จริงๆรึเปล่าครับ ถ้ามีก็ขออภัย เหอๆ) แต่ตอนนี้เค้าได้ตามที่หวัง เข้าไปแล้วก็จะสบายเหมือนขึ้นสวรรค์ จะคิดแบบนั้นก็คงได้ครับ แต่จะทำได้รึเปล่าก็อีกเรื่อง

ผมเคยเห็นหลายๆคนบอกว่าเข้ามหาวิทยาลัยแล้วต้องเรียนหนักเหมือนเตรียมสอบ Ent ทุกวัน.........ไม่รู้จริงรึเปล่านะครับ ผมคิดว่าบางคนอาจจะพูดจริงทำจริง บางคนอาจจะแค่แกล้งขู่รุ่นน้อง หรือบางคนอาจจะแค่พูดๆไปงั้นแหละ แต่สำหรับผมไม่เคยทำขนาดนั้นหรอกครับ ผมเรียนแบบเซ็งๆมาตลอด(นี่คือผลของการที่คิดว่าเรียนอะไรก็ได้ครับ รู้สึกว่าความตั้งใจเรียนแย่กว่าตอนอยู่มัธยมเยอะเลย) เวลาเรียนก็แทบไม่ได้จด หนังสือเรียนก็ไม่ได้อ่าน เวลาสอบก็เข้าไปมั่วๆ แต่ผมก็ผ่านมาได้ตลอด เกรดปัจจุบันก็ 3 กว่า วิชาที่เหลือต่อให้ได้ D หมดก็ยังได้เกียรตินิยม.........ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่าเรียนแบบนี้แล้วมันจะได้เกียรตินิยมได้ยังไงทั้งๆที่ตอน ม.ปลาย ผมตั้งใจเรียนกว่านี้ยังได้ GPA แค่ 2.4 ผมเลยคิดได้อยู่ 2 อย่างคือถ้าไม่เป็นที่โรงเรียนผมมาตรฐานสูงเกินไปก็อาจเป็นเพราะคณะผมมาตรฐานต่ำเกินไป ถ้าไปอยู่คณะอื่นผมอาจจะแย่กว่านี้ก็ได้ใครจะไปรู้

ตรงนี้อาจมีบางคนยิ่งเถียงมากขึ้นว่าขนาดผมเรียนโฉดๆแบบนี้ยังจะได้เกียรตินิยม นี่มันสวรรค์ชัดๆ ก็อาจจะใช่อีกนั่นแหละครับ แต่จะทำได้รึเปล่านั่นก็อีกเรื่องเหมือนเดิม

จุดมุ่งหมายในการเรียนของแต่ละคนต่างกันไปครับ บางคนต้องการผลแบบ Perfect เกรด 4.00 เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง บางคนต้องการผลแค่ให้มันจบๆไป เกรดเอาแค่เกิน 2.00 พอ ของผมเป็นแบบหลังนะครับ(ตัวอย่างที่ไม่ดี เหอๆ) ใครจะมาเรียนแบบผมแต่หวังผลแบบแรกนี่ฝันไปเถอะ แล้วถึงผมจะเรียนแบบโฉดแค่ไหนก็มีลิมิตครับ เวลาเรียนไม่ได้จด หนังสือไม่ได้อ่าน แต่ผมเข้าเรียนทุกครั้ง ไม่สาย ไม่ขาด(ยกเว้นมีเหตุจำเป็น) งานส่งครบทุกชิ้น ตรงนี้มันก็พอจะทดแทนกันได้บ้าง แต่ถ้าใครไม่จด ไม่อ่าน ไม่เข้าเรียน ไม่ส่งงาน.........แบบนี้อย่าว่าแต่จบด้วย 2.00 เลย แค่ปี 1 ก็รอดยากแล้วครับ ใครที่คิดว่าเข้ามาได้แล้วจะทำตัวยังไงก็ได้คิดผิดถนัดครับ

ตั้งแต่ผมอยู่จุฬาฯมาเคยเจอกับคนใกล้ตัว 3 รายครับ รายแรกเป็นเพื่อนที่อยู่สาขาเดียวกับผมเอง คนนี้จบมาจากโรงเรียนชื่อดัง อักษรย่อ ต.*. (ไม่รู้เลยนะเนี่ย เหอะๆ) เข้ามาด้วยคะแนนของสายวิทย์เป็นอันดับ 1 ของสาขาวิชา แต่แทบไม่เข้าเรียนซักวิชา บอกว่าเดี๋ยวตอนสอบค่อยอ่านเอง งานก็ส่งบ้างไม่ส่งบ้าง ผลก็คือจบเทอมแรกด้วยเกรด 1. กว่าๆ แถม F 1 ตัวจากวิชาบัญชี (วิชาบัญชีสำหรับใครที่ไม่เคยเรียน แล้วอ่านเองรู้เรื่องหมดโดยไม่ต้องมีคนอธิบาย ผมขอยกย่องในความเป็นอัจฉริยะของท่าน) เทอม 2 ก็ไม่ค่อยต่างจากเทอมแรกซักเท่าไหร่ แต่ยังดีว่ามันเก่งจริง ทำเกรดรวม 2 เทอมเกิน 2.00 ไม่โดนรีไทร์ ปัจจุบันก็ยังทำตัวเหมือนเดิม ได้ F มา 2-3 ตัวแล้วมั้ง(จากบัญชีอย่างเดียวเลย) แต่เกรดรวมเกิน 2.00 ยังไงก็จบได้

รายที่ 2 รายนี้น่าเสียดายมากครับ เป็นเพื่อนที่ชมรม คนนี้ทำกิจกรรมเยอะมาก พอปี 4 กำลังจะจบ .......แต่จบไม่ได้เพราะติดอยู่วิชานึง แล้วไม่รู้ว่าเค้าไม่อยากพยายามต่อหรือพยายามต่อไม่ได้แล้ว สุดท้ายเลยขอโอนหน่วยกิตย้ายมหาวิทยาลัยไปจบที่อื่นแทน

รายที่ 3 รายนี้น่าเสียดายที่สุดแล้วครับ เป็นรุ่นน้องที่ชมรม อยู่คณะยอดนิยมที่มีผู้ชายเยอะที่สุดในมหาวิทยาลัยซึ่งไม่ได้เข้ากันง่ายๆเลย พอดีช่วงนั้นเกม DotA กำลังฮิตครับ เค้าก็เลย DotA จนจบเทอมแรกด้วยเกรด 0. กว่าๆ.......ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเค้าเรียนยังไง แต่คาดว่าเป็นเพราะเลียนแบบคนอื่นคือโดดเรียนไปเล่นเกม สุดท้ายเทอม 2 เกรดรวมไม่ถึง 2.00 โดนรีไทร์

วิธีเรียนของแต่ละคนแตกต่างกันตามความถนัด บางคนอาจจะนั่งฟังเฉยๆ บางคนอาจจะต้องจดทุกตัวอักษร หรือบางคนแค่อ่านเองก็ได้ ของแบบนี้เลียนแบบกันไม่ได้ครับ ใครจะใช้วิธีไหนก็ใช้ไป แต่ต้องรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้นเอง

แล้วใครที่ติดจุฬาฯคิดว่าตัวเองเก่งมันก็ไม่ผิดหรอกครับ ถ้าคิดแล้วพยายามพัฒนาตัวเองให้เก่งจริงๆ(คนเรามักจะคิดเข้าข้างตัวเองเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วครับ) แต่อย่าให้มันมากเกินไป ประมาณว่าข้าอยู่จุฬาฯ ข้าเก่งที่สุด ไม่มีใครเทียบได้ ถ้าใครคิดแบบนี้นี่แย่แล้วครับ คะแนนอาจจะตัดสินการเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่ตัดสินความเก่งของคนไม่ได้หรอกครับ

ตัวอย่างง่ายๆคือผมเองครับ ตอนผมเข้าจุฬาฯ ผมเข้ามาด้วยคะแนนสอบของสายศิลป์(ผมเรียนสายวิทย์ แต่ไม่เหลือความเป็นวิทย์แล้วครับ เหอะๆ)ด้วยคะแนนสอบไม่รวม GPA สูงสุดของสาขาวิชา แต่พอรวม GPA แล้วผมหล่นไปอยู่ตรงกลางๆ ในขณะที่เพื่อนอีกคนนึงที่เป็นอันดับ 1 ของสายศิลป์ตัวจริงคะแนนสอบน้อยกว่าผม แบบนี้บอกได้มั้ยครับว่าใครเก่งกว่ากัน ถ้ายังไม่แน่ใจก็ลองดูต่อครับ

ปีต่อมาผมกับเพื่อนคนนั้น Ent ใหม่เพื่อย้ายคณะซึ่งเป็นคณะเดียวกัน คะแนนสอบผมก็ยังมากกว่าเค้าอยู่หลายสิบคะแนน(สมัยนั้นคะแนน Ent แค่หลักร้อยครับ ไม่ได้เป็นหลักพันเหมือน Admissions) ผลก็คือ เค้าติด แต่ผมไม่ติด ตอนนี้บอกได้รึยังครับว่าใครเก่งกว่ากัน ..........ผมยังบอกไม่ได้เลยครับ เหอะๆ

ต่อไปลองมาดูเรื่องของคนไกลตัวผมบ้างครับ อันนี้มีคนมาเล่าให้ฟังอีกที

กรณีที่ 1 พ่อผมบ่นให้ฟังเองครับ พ่อบ่นว่าที่ทำงานมีลูกน้องคนนึงจบจากจุฬาฯ ตอนแรกก็นึกว่าจะเก่ง สั่งให้ทำอะไรก็บอกว่าทำได้หมด แต่พอผลงานออกมาไม่ได้เรื่องซักอย่าง เป็นพวก good but mouth (ได้ยินตอนแรกก็งง อะไรวะ good but mouth เหอะๆ) แล้วยังทำตัวได้กร่างมากจนต้องเรียกไปว่าหลายทีแล้ว

กรณีที่ 2 อาจารย์ที่คณะบัญชีเล่าให้ฟังครับ อาจารย์ท่านนี้เป็นที่ปรึกษาของหลายๆบริษัท แล้วก็สอน ป.โท มีผู้บริหารมาเรียนด้วย เลยรู้เรื่องภายในของหลายๆบริษัท อาจารย์บอกว่าเดี๋ยวนี้บางบริษัทไม่อยากได้คนที่จบจากจุฬาฯครับ ไม่ใช่เพราะไม่เก่ง แต่เพราะไม่สู้งาน เป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ(อาจารย์ใช้คำนี้เลยครับ ผมได้ยินยังเหวอเลย) หรือบางที่รับไปเยอะๆก็เล่นพรรคเล่นพวก เป็นปัญหาของบริษัทอีก

กรณีที่ 3 อาจารย์ที่คณะผมเล่าให้ฟังว่ามีนิสิตไปฝึกงานคณะได้รับคำชมว่านิสิตทำงานดีมาก ยกเว้นอย่างเดียวคือไปสายประจำ ซึ่งตอนนี้แค่ฝึกงานไม่เป็นไร แต่อนาคตทำงานจริงแบบนี้แย่แน่ๆ (แต่อันนี้ไม่แปลกใจครับ เจอ CU Time ประจำ เริ่มเรียน 9 โมง แต่เข้าเรียนกัน 10 โมง เจอแทบทุกวิชา เหอะๆ)

จากตัวอย่างทั้ง 3 กรณีนี้ถึงจะไม่ได้หมายความว่านิสิตจุฬาฯทุกคนจะเป็นแบบนี้ทั้งหมด และอาจจะเป็นแค่ส่วนน้อย แต่ผมคิดว่าแค่นี้ก็พอที่จะสะท้อนอะไรได้หลายอย่างแล้วครับ

จากที่ว่ามาทั้งหมดนี้สรุปสั้นๆ

- จุฬาฯเป็นสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในประเทศไทยเหมือนกับที่อื่นๆ

- นิสิตจุฬาฯก็เป็นคนคนนึงเหมือนกับคนอื่นๆ

- คนที่อยู่จุฬาฯไม่ได้แปลว่าจะต้องเก่งกว่าคนที่อยู่ที่อื่นเสมอไป

- ความเก่งขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับสถาบัน

- คนที่คิดว่าตัวเองเก่งที่สุดเป็นคนที่โง่มาก

- ใครทำอะไร ไม่ว่าผลจะออกมายังไง คนคนนั้นต้องรับผิดชอบเอง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

^
#101

คิดว่าไม่น่าจะสับสนครับ

เงื่อนไขที่จะได้เกียรตินิยมของจุฬาฯคือ
1. ได้เกรดตามที่กำหนด (อันดับหนึ่ง 3.6 อันดับสอง 3.25)
2. จบภายในระยะเวลาที่กำหนด(4-6 ปี แล้วแต่คณะ)
3. ไม่ติด F หรือ U

ถึงจะได้ D ก็ยังมีสิทธิ์ครับ ยกเว้นว่าคณะจะมีข้อกำหนดเพิ่มเองว่าห้าม D ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ามีคณะไหนเพิ่มเกณฑ์ตรงนี้รึเปล่า แต่คณะผมไม่มีครับ

#103 By SRP on 2008-05-09 19:35

อยู่จุฬาฯเพราะใกล้บ้านอีกรายเหมือนกันค่ะsad smile

ไม่อยากให้คนอื่นเหมารวมจุฬาฯในภาพลบๆเหมือนกัน

ชอบที่บอกว่า" นิสิตจุฬาฯก็เป็นคนคนนึงเหมือนกับคนอื่นๆ "ค่ะ
confused smile

สุดท้ายก็มอบดาวๆๆHot!

#104 By ♣MADE IN WONDERLAND♣ on 2008-05-09 20:22

คนจะเก่ง ม่ะเก่ง ม่ะได้อยู่สถาบัน
แต่อยู่ที่ตัวคน เราจบมายังรู้สึกว่าตัวเองมีความรู้ และทำงานสู้คนอื่น ม่ะได้เรย (จิงๆๆ เพราะเราขี้เกียจหาค.รู้ใหม่ ด้วยล่ะ)
คนเก่งๆๆ แต่ม่ะจบมหาลัยดังๆ ก็มีตั้งเยอะ

การเรียนมหาลัยดังๆ ม่ะได้วัดคุณค่าของเรา
===> ค่าของคนอยู่ที่ผลงาน

#105 By OnlywaY on 2008-05-09 20:46

พี่เราเอนเข้าอักษรมาหลายปีแล้ว
คะแนนของเค้าสามารถที่จะเลือกเข้าอักษรจุฬาหรือธรรมศาสตร์ได้สบาย ๆ
แต่เค้ากลับเลือกศิลปากร เป็นอันดับที่หนึ่ง
ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากตื่นเช้าเดินทางเข้าตัวเมืองกลับรถที่แออัด หรืออยู่หอก็ตาม
แต่สรุปพออยู่ศิลปากรก็ต้องอยู่หออยู่ดี 5 5 5

#106 By ป้า on 2008-05-09 22:07

อยู่ที่ไหนก็ได้ ขอให้ได้เรียน ได้เล่นcry ได้เที่ยวconfused smile

ทำไมคนเค้าชอบติดค่านิยมที่เรียนกันจัง หรือว่าเพราะเราอยู่ ม.เอกชน เลยไม่เข้าใจหว่าembarrassed
ให้ตายสิ อ่านจนได้

กลัวเหมือนกันแฮะว่า มหาลัยเราจะโดนว่าบ้างไหม

เรียนมหาลัยมา สี่ปี

เรียนกับ พวก เทพมาหลายยครั้ง

รู้เลย...

เทพก็เทพ ไม่เข้่าเรียนมันก็เดี้ยงเหมือนกัน

#108 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-05-10 00:19

จริงๆเข้ามหาลัยก็เหมือนไปเริ่มใหม่นะคะ
ไอ้เรื่องไปเรียนสาย ไม่ตรงเวลาสมัยเรียน
นัทว่าเป็นทุกที่นะ นัทจบจาก บางมด
ก็ยังมีชื่อเรียกว่า เวลาบางมด เหมือนกันเลย อิอิ


สุดท้ายของท้ายที่สุด
ที่ไหนก็เหมือนกันค่ะ

แต่ที่เข้าใจว่าจุฬาดีเพราะว่า
ลองเทียบอัตราส่วนของคนที่เก่งๆ กับคนทั้งหมดในมหาวิทยาลัยแล้ว
จุฬาก็นับว่ารวมคนเก่งๆเอาไว้เยอะเหมือนกันนะคะ

#109 By Na - th (นัท) on 2008-05-10 01:19

ความเก่งอยู่ที่ตัวบุคคล แต่ว่าคนส่วนใหญ่ก็ติดกับค่านิยมไปแล้ว

เราได้รับตรงของที่หนึ่งคณะสถาปัตย์ ภาคที่เราอยากเรียนด้วย เราก็เอาโดยไม่ลังเลเพราะคะแนนความถนัดเรา 50ต้นๆ ซึ่งถ้าจะเข้าจุฬาได้เราต้องทำโอเน็ตสูงมาก ซึ่งเราไม่เสี่ยง

แม่เราดีใจกับเรานะที่ได้รับตรงของที่นี่และสนับสนุนให้เอา เพราะแม่เรารู้ว่าสถาปัตย์ของที่นี่ดี

แต่ว่าคนอื่นในบ้านอย่างยายแล้วก็พี่ชาย(ที่จบจุฬา)ดูเค้าไม่พอใจ เค้าว่าที่นั่นมันไกลไป ถ้าเรายื่นคะแนนจุฬาก็ติด จนถึงบัดนี้ก็ยังพูด เฮ้อ...แต่เราคิดว่าสุดท้ายเค้าจะภูมิใจกับเรานะ

แต่ไม่รู้ เอาจริงๆเราอยากเข้าที่นี่(ที่ที่เราได้ตอนนี้)มากกว่าจุฬาอยู่แล้ว เพราะดูจากหลักสูตรที่ไปหาข้อมูลมา ที่ลังเลเพราะว่าไกลบ้านนี่แหละ แต่ถ้าเรายึดติดกับความใกล้บ้าน โอเคมันสะดวกก็จริง แต่เฮ้ย เราก็โตๆแล้วนะ ไกลบ้านแล้วทำไม มาคิดนะ ถ้าเกิดได้ทำงานแล้วต้องไปที่อื่นไกลๆแล้วจะไม่รับงานนั้นเหรอ เอาความใกล้บ้านมาตัดสิน ถ้างั้นคนไม่แห่เข้าจุฬากันหมดเหรอ

นั่นแหละ สิ่งที่อยากบอกน้องๆที่ได้มาอ่านก็คือ เลือกสิ่งที่ดีที่สุด ออกไปสู่โลกกว้างบ้างเถอะ ถ้าคณะที่อยากเข้าของที่อื่นมันมีเนื้อหาหลักสูตรที่อยากเข้ามากกว่า

แต่เราก็เชื่อว่ามีคนที่อยากเข้าจุฬาตั้งแต่แรก ที่มีเหตุผลมากกว่าบ้านใกล้นะ(มันต้องมีอยู่แล้วสิ)เราว่าพวกที่เข้าจุฬาได้เก่งนะ เพราะคะแนนสูงมากๆ แต่อย่างว่าเข้าไปแล้วมันก็อยู่ที่ตัวเรา

เด็กจุฬาดีๆมีเยอะแยะ ความจริงมันน่าเศร้าที่บางส่วนทำให้ภาพลักษณ์เด็กจุฬาดูแย่ไป

ถูกใจประโยคที่เขียนว่า คนที่คิดว่าตัวเองเก่งที่สุดเป็นคนโง่มาก Hot!

#110 By Yohan Nefia on 2008-05-10 03:41

ตอนเอนท์คิดจะเลือกจุฬา
คะแนนเราพอเข้าได้แต่คิดไปคิดมา
สื่ปีเชียวนะ!!!

เลยเลือกไปอยู่มอต่างจังหวัด
รู้สึกว่าชีวิตคงไม่มีโอกาสที่จะได้ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัดไกลบ้านเป็นปีๆได้ เพราะรู้อนาคตตัวเองว่ายังไงก็ต้องทำงานใกล้บ้านในเมืองอยู่ดี เรียนสนุก ใกล้ชิดธรรมชาติ ระบบการศึกษาก็คิดว่าดีไม่ต่างกับมอในกรุงเทพ เพราะกว่าจะจบได้ก็นั่งอยู่ในห้องสมุดข้ามวันข้ามคืนมาแล้ว ต้องสอบจบ บทเรียนสี่ปีรวมอยู่ในสองหน้ากระดาษ เขียนมือหงิกเลยนะเค๊อะ

แต่ก็นานาจิตตังแต่ละคนก็มีหนทางใช้ชีวิตต่างกันไป จบจากจุฬา รามฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น ก็ตัดสินคุณภาพคนจากชื่อสถาบันเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน พิสูจน์มาแล้วด้วยตนเอง เพื่อนร่วมงานจบจากสถาบันชื่อดัง แต่ผลของงานต่างจากชื่อเสียงของสถาบันลิบเลย

#111 By ++misskuni++ on 2008-05-10 08:15

โดนมากค่ะcry Hot! Hot!

#112 By •SH!N*z• on 2008-05-10 09:36

หุหุ

CU time ไม่รู้มาก่อนนะเนี้ยะ

มิน่า เด็กที่มาฝึกงานถึงได้สายขนาดนั้น
งานเข้า แปดโมง
ทะลึ่งมาซะสิบโมง โดยไม่มีเหตุผลอะไร

เข้าใจแล้ว
open-mounthed smile

ก็พอเข้าใจว่ามันไม่รับผิดชอบ
แต่ก็งงว่าแล้วมันจะเข้าจุฬาได้เหรอ
ถ้าไม่รับผิดชอบจริงๆ

แล้วก็พอเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องส่วนบุคคล
แต่เจอสิบก็เป็นซะสิบ
เจอร้อยก็เป็นซะร้อย

ฝากทุกคนด้วยแล้วกัน
เวลาไปฝึกงาน
ไม่ได้อยู่รั่วมหาลัยแล้ว
คงต้องปรับตัวกัน
เพราะมันแสดงให้เห็นความรับผิดชอบ
แบบปกติธรรมดา ที่โล่งโจ้ง

ไม่มีใครเค้ามาสนใจเราถึงตัวตนหรอก
เห็นเราทำผิด ก็ว่าเราผิดแล้ว โดยไม่คิดถามว่าทำไม

นี่เราเอามาจากพี่ที่เราไปฝึกด้วย
เอานินทาหลับหลัง

ส่วนเรา เป็น co ก็ซวยไปเพราะทะลึ่งมาเช้า
ต้องเหนื่อยกว่าปกติ ฝึกเท่าสองคนฝึก tongue
.
.
.

#113 By WednesdayChild on 2008-05-10 11:59

พี่พูดได้ตรงใจมากเลยค่ะ
ชอบมากๆ อิอิ double wink

พี่สาวเราก็เหมือนกันอ่ะ
จะเอาแต่จุฬาๆๆๆๆๆ -*-
บ่นหาแต่จุฬาๆ
จนเรารำคาน ทั้งพี่เราทั้งจุฬาอ่ะ (ขอโทดด้วย - -")

เราก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องจุฬา
เพราะเราคิดว่ามันก็ มหาลัยอ่ะ
จุฬาก็มหาลัย ที่อื่นก็มหาลัย มันก็ไม่ได้ต่างกันอ่ะ

แต่มันก็แล้วแต่คนจะมองอ่ะนะ
แต่สำหรับเรา คิดว่า
จะอยุ่ที่ไหนก็เหมือนๆกัน
มันอยู่ที่คนมากกว่า ว่าจะตั้งใจแค่ไหนอ่ะ

อิอิ มีประโยชน์มากค่ะHot! Hot!

#114 By Yunasaki~* on 2008-05-10 12:54

เห็นด้วยจริงๆกั๊บ
การเรียนมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถาบัน
อยู่ที่ตัวเราเองมากกว่าHot!

#115 By xxxadtrapperxxx on 2008-05-10 14:54

สมัยนี้เขาอาจจะตีค่าบางอย่าง แบบให้ "ราคา" โดยไม่เคยให้ "คุณค่า" ก็ได้ค่ะ

ถ้าจุฬาฯเป็นสินค้า มันก็เป็นสินค้าที่มีราคาแพง

ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคุณค่านะคะ

ทุกมหาวิทยาลัยมีคุณค่าเท่าเทียมกันหมด แต่ได้เจอมากับตัวเหมือนกันค่ะ ที่จบมาจากจุฬาแล้วมาพูดข่มคนอื่นอยู่บ่อยๆ หรือก็เอาแต่พูดคุยเรื่องสถาบันของตัวเอง
เหมือนกับว่า สถาบันอื่นๆไม่มีคุณค่าอะไรเลย

แย่เหมือนกันค่ะ ที่คนๆนึงจะคิดได้แค่นั้น

angry smile

#116 By nondegree (203.170.207.53) on 2008-05-10 15:46

เดินทางสะดวกนี่มันดีจริงๆนั่นล่ะครับ
ผมจบป.ตรีที่จุฬา ตอนนี้ก็ยังเรียนโทอยู่ที่จุฬา
รวมเวลาอยู่ที่สถาบันนี้ก็ 6 ปีเข้าไปแล้ว
ทั้งๆที่บ้านผมอยู่เกือบถึงลาดกระบังแน่ะ - -''

ตอนป.ตรี ปีแรกๆ เรียนแปดโมงเช้าสี่วันต่อหนึ่งสัปดาห์
มีหลายครั้งที่ต้องเฝ้าแลปจนเย็นค่ำ
ออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงนิดๆ กลับถึงบ้านเลทๆก็3-4ทุ่ม
ฝ่ารถติดทั้งไปทั้งกลับ
ด้วยความที่สุขภาพขาและเข่าของผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เวลาที่ไปติดแหง่กอยู่บนท้องถนนวันละ 3-4 ชั่วโมงเลยเป็นเหมือนนรกน้อยๆสำหรับผมเลย
(ตอนปีหลังเรียนสาย เวลาเรียนน้อย เลี่ยงรถติดไปได้โข)
แต่ก็เล่นเอาขากับเข่าผมที่แย่อยู่แล้วถึงกับพังไปเลยล่ะ
ที่แย่ก็คือ สภาพยับเยินกลับมาบ้านแบบนั้น
ผมพบว่าเวลาทบทวนบทเรียนผมลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย
(หนำซ้ำยังต้องสละเวลาวันหยุดไปหาหมออีกสองครั้งต่อเดือน)
ผลการเรียนก็ตกฮวบๆเลยด้วยในปีแรก (ถึงกับติดโปรต่ำ)
สุดท้ายก็จบมาได้ที่เกือบๆ 3 ในเวลาสี่ปี

ถ้าผมรู้ล่วงหน้าว่าจะเป็นแบบนี้ ผมอาจจะเลือกที่อื่นจริงๆนะเนี่ย - -''

#117 By Azure (124.120.131.41) on 2008-05-10 16:02

แวะมาบอกว่า edit แก้เป็น three nine แล้วนะคะ (555 เข้ามาเพื่อ??) ขอบคุณที่บอกค่ะ พิมพ์จนเบลอ อายจังเลย อะแหะ sad smile

*ดีใจเจอคนอ่าน เก้า-เก้า-เก้า เหมือนกัน >_< *

#118 By ฟูจัง~* on 2008-05-12 16:00

อ่านแล้วได้ความรู้มากมายเลยค่ะ
ก็ขอบคุณนะค่ะพี่

#119 By m@nyLoveY!_!nHo on 2008-05-13 08:29

สวัสดีค่ะ...แม่มดมาทักทายเน้อ

แม่มดว่าจะดอง ปรากฏว่าพี่ชายดองก่อนแม่มดอีก เหอๆ

รักษาสุขภาพด้วยนะคะพี่ ใกล้เปิดเทอมแล้ว big smile

#120 By *~ แม่มด ~* on 2008-05-16 19:45

^
เมื่อกี้กำลังอัพอยู่ครับ ไม่ได้ตั้งใจดองนะ sad smile

#121 By SRP on 2008-05-16 21:48

ผมว่าการเล่าเรียน ก็คือการเดินไปตามฝันของตัวเอง
เวลาเดินไปตามฝัน มันจะมีพลังพิเศษที่เรียกว่า
"แรงผลักดัน"
"ความรักในสิ่งที่ทำ"
และไม่ต้องสงสัยเลยว่า จะประสบความสำเร็จได้อย่างไม่ยากเย็น


แต่ผมว่าค่านิยมสมัยนี้บิดเบือนไป

นิยมสถาบัน

นิยมอาชีพที่หาสตางค์ได้เยอะ (สังเกตจากสถิติการสอบเข้ามหาวิทยาลัย มักเป็นอาชีพที่ได้ค่าตอบแทนสูง)

แทนที่จะ นิยมไปตามความถนัดและความฝันของตัวเอง

ลองคิดดูเล่น ๆ ว่า
วิชาชีพ ที่มีแต่คนจ้องหากำไรใส่ตัว
วิชาชีพ ที่คนไม่มีความรัก ความฝันในวิชาชีพของตน

...แล้วสังคมไทยจะพัฒนาได้อย่างไร...

กระทู้นี้ให้ Hot! Hot! Hot! เลย
พอดีมีคนแนะนำให้เข้ามาอ่านคะ ก็เลยลองอ่านดู แล้วรู้สึกชอบบทความนี้มากเลยคะ
ในฐานะที่ตัวเองเป็นนิสิตจุฬาฯ เหมือนกัน และเข้ามาเพราะความต้องการของตนเองที่อยากจะเข้ามหาวิทยาลัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นคณะอะไรก็ตาม และตัวเองก็รู้ว่าจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราได้ทำลงไป
ตอนนี้ก็ได้อยู่ในคณะที่ไม่ได้ชอบสักเท่าไหร่ แต่ก็จะพยายามถึงที่สุดคะ และเกรดก็เป็นที่น่าประทับใจอยู่ที่ 3 กว่าๆ เหยียบเกียรตินิยมอันดับ 1
แม้รู้ว่าตัวเองไม่เก่ง แต่ก็จะขยันคะ หลายครั้งที่ได้รับทั้งคำชมและคำด่าเกี่ยวกับนิสิตมหาวิทยาลัยนี้ ก็รู้สึกดีบ้างแย่บ้างนะคะ แต่ว่าเมื่อเรียนมาถึงเกือบจบแล้ว ถึงรู้ว่าคำชมนั้นก็สมควร คำด่านั้นก็เหมาะสม เพราะนิสิตแต่ละคนก็มีทั้งดีและแย่ปะปนกันไป คุณนักเขียนก็ไม่ได้ว่าอย่างไร้เหตุผล เพราะเราก็เห็นว่า ในความเป็นจริงนั้น มันเป็นอย่างไร สังคมที่นี้ถือว่าค่อนข้างแย่พอควรค่ะ ไม่นับเรื่องการเรียนแล้ว เรื่องเพื่อนนี้ แทบรับไม่ไหวเลยคะ เพราะว่านิสิตแต่ละคนก้พยายามจะอวดดีในความเป็นนิสิตจุฬาฯ ทั้งๆที่ออกมาอาจจะทำงานได้ไม่ต่างกับเด็กมหาวิทยาลัยอื่นๆ
ยิ่งบ่นไปก็มีแต่เรื่องไร้สาระนะคะ ขอบคุณนะคะที่เขียนบทความดีๆอย่างนี้ อยากให้เด็กที่กำลังจะเข้าเรียนอุดมศึกษา ได้อ่าน และได้รับรู้ว่า ทุกมหาวิทยาลัยนั้น ก็ไม่ได้แตกต่างกัน แต่ขึ้นอยู่กับว่า คุณอยากได้อะไรจากมหาวิทยาลัยนั้นต่างหาก
แล้วจะแวะมาอ่านอีกนะคะ

#123 By Hoongu (58.9.176.219) on 2008-05-21 16:20

ม.ปลาย พี่ได้เกรดเท่าไหร่เหรอครับ (ตอนเฉลี่ย แอดมิชชั่นอ่ะคับ) แล้วถ้าประมาณ 3.5 จะพอมีหวังติดลาดกระบังได้มะคับquestion

#124 By Kira Yamato on 2008-06-01 18:06

^
ม.ปลายผมได้ 2.4 เองครับ

ส่วน 3.5 มีโอกาสติดอยู่แล้วครับ แต่จะติดรึเปล่าก็คงขึ้นอยู่กับความขยัน + ความพยายาม + ดวงแล้วครับ open-mounthed smile

#125 By SRP on 2008-06-01 18:24