Hokkaido - August 2009 (Part 6)
posted on 26 Sep 2009 18:59 by srpggต่อจากวันอาทิตย์ที่แล้วครับ
Part 1 ( http://srpgg.exteen.com/20090901/hokkaido-august-2009-part-1 )
Part 2 ( http://srpgg.exteen.com/20090905/hokkaido-august-2009-part-2 )
Part 3 ( http://srpgg.exteen.com/20090909/hokkaido-august-2009-part-3 )
Part 4 ( http://srpgg.exteen.com/20090913/hokkaido-august-2009-part-4 )
Part 5 ( http://srpgg.exteen.com/20090920/hokkaido-august-2009-part-5 )
สุดท้ายก็มาถึงตอนที่ 6 เกินเป้าหมายที่จะจบใน 5 ตอนไปเรียบร้อยแล้วครับ เริ่มรู้สึกว่าชักจะยืดเกินไปอยู่เหมือนกัน .......แต่มันจบไม่ลง ไอ้ที่ตั้งใจว่าจะจบใน 1 เดือน ก็อาจจะไม่ทันด้วยซ้ำ เหอๆ
วันที่ 8 จาก Furano ไปแวะ Biei กับ Tohma ก่อนไป Sounkyo แล้วไป Asahikawa
วันนี้เหมือนเป็นวันระลึกความหลังครับ เพราะได้ไปที่ที่พึ่งมาเมื่อปีก่อนถึง 2 ที่ แต่อารมณ์ก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะปีที่แล้วมีแต่สีขาว หนาวโคตร ไร้ผู้คน แต่ปีนี้สีเขียว เย็นสบาย แดดกำลังดี ฝนก็ไม่มี .....แต่คนเยอะเกินไปรึเปล่า
เริ่มตั้งแต่เช้าออกจาก Furano ไป Biei เมืองแห่งทุ่งและเนินเขา ซึ่งเป็นที่โล่งๆ ไม่มีอะไร นอกจากทุ่งสำหรับทำการเกษตร แต่ด้วยความที่เป็นชนบทอันเงียบสงบนี้จึงได้กลายเป็นสถานที่ถ่ายทำโฆษณามาตั้งแต่อดีตจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น Mild Seven Hill เนินเขาที่อยู่ในโฆษณาบุหรี่ Mild Seven ปี 1978, Seven Stars Tree ต้นไม้ที่อยู่ในโฆษณาบุหรี่ Seven Stars ปี 1976, Ken and Mary Tree ต้นไม้ที่อยู่ในโฆษณารถ Nissan Skyline C110 ปี 1976 ซึ่งมีชื่อเล่นว่า Ken and Mary Skyline เพราะในโฆษณามีคนชื่อ Ken กับ Mary (ใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จัก ผมเกิดไม่ทัน เหอๆ)
ขับรถผ่านสุสานตั้งแต่เช้า ลางดีจริงๆ....... ไม่รู้ทำไมที่ไปครั้งนี้เจอสุสานบ่อยมาก
Ken and Mary Tree ต้นไม้ที่อยู่ในโฆษณารถ Nissan Skyline
ตอนนั้นไม่รู้หรอกต้นอะไร แต่เห็นมีคนยืนมุงดู + ถ่ายรูปกันเยอะ เหอๆ
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ทำการเกษตร
ทุ่งสลับสีบนเนินเขา
มีร้านขายของเล็กๆตั้งอยู่ข้างทาง
มีคนขี่จักรยานชมวิวเยอะมาก รู้สึกแถวนั้นจะมีจักรยานให้เช่าด้วยมั้ง
(แต่ต้องขี่ขึ้น-ลงเนินเขาตลอด .....เหนื่อยตาย)
คนเดินก็เยอะ แถมเดินกันกลางถนน..... กล้ามาก
แต่ผมไม่ได้เดินหรอก ร้อน นั่งดูบนรถก็พอแล้ว เหอๆ
หลังจากนั้นก็ไปแวะเมือง Tohma ไปดูถ้ำหินปูน Tohma Shonyudo ซึ่ง Tohma Shonyudo นี้เป็นชื่อที่เป็นทางการ แปลตรงตัวได้ว่า ถ้ำหินปูน Tohma แต่ที่นี่ยังมีอีกชื่อนึงว่า Ezo Banryudo ซึ่งแปลได้ประมาณว่า ถ้ำมังกรขดแห่งฮอกไกโด เนื่องจากเมือง Tohma มีตำนานว่าในอดีตได้มีมังกร 2 ตัวบินลงมาจากฟ้า ชาวบ้านเชื่อว่าพวกตนอยู่ในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมังกรนั้นก็มาเพื่อปกป้องพวกตน ชาวบ้านจึงยกย่องมังกรให้เป็นเทพพิทักษ์ และเรียกถ้ำที่มังกรอยู่ว่า Ezo Banryudo จนเมื่อปี 1957 ได้มีการค้นพบถ้ำหินปูนนี้ ซึ่งเหมือนกับถ้ำมังกรตามตำนาน เลยเรียกถ้ำนี้ว่า Ezo Banryudo ด้วย
ถ้ำหินปูนนี้อายุประมาณ 150 ล้านปี ขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับถ้ำอื่นๆ (ทางเดินก็แคบมาก OTL ) แต่ว่ากันว่าสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดหินงอกหินย้อยของที่นี่ค่อนข้างจะบริสุทธิ์ มีสิ่งเจือปนน้อย ทำให้หินงอกหินย้อยเป็นผลึกใส ซึ่งถือว่าเป็นของหายาก จึงนับได้ว่าถ้ำนี้เป็นสมบัติอีกอย่างของฮอกไกโด
จริงๆถ้ำนี้ผมพึ่งมาปีที่แล้วรอบนึง .........แต่ไม่ได้เข้า เพราะมันปิด เหอะๆ
Tohma Shonyudo เมื่อต้นปี 2008 ประตูปิด ไม่ให้เข้า ต้นไม้ใบยังไม่ขึ้น หิมะท่วม
คราวนี้ประตูเปิดแล้ว ต้นไม้ใบสีเขียว ไม่มีหิมะ
(อุตส่าห์วิ่งจากที่จอดรถออกมาถ่ายประตูเลยนะเนี่ย เหอๆ)
จอดรถแล้วต้องเดินขึ้นมาบนเขาต่อ.......
ทางเข้าถ้ำมังกร
ข้างในถ้ำมังกรที่มีอายุ 150 ล้านปี
ข้างในมืดๆ เย็นๆ ทางเดินแคบๆ ต้องก้มหัวอยู่บ่อยๆ ไม่งั้นหัวโขก.....
ข้างๆถ้ำมีสวนหินเล็กๆให้เดินดูเป็นของแถมด้วย
เสร็จแล้วก็ไป Sounkyo ที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Daisetsuzan ที่พึ่งไปเมื่อปีที่แล้วเหมือนกัน แต่คราวนี้ได้ขึ้นกระเช้าไปบนเขา Kurodake ด้วย ปีที่แล้วไม่ได้ขึ้น เพราะขึ้นไปก็มีแต่หิมะ
Kurodake Ropeway .....อาจจะเป็นกระเช้าขึ้นเขาที่น่ารักที่สุดในญี่ปุ่น เหอๆ
ตอนอยู่ในกระเช้า
พอขึ้นไปถึงก็ต้องเดิน
ที่พื้นมีรอยเท้าสัตว์ด้วย ตอนสร้างทางเดินปูนยังไม่แห้งแล้วมีสัตว์มาเหยียบ
ตอนนี้ก็เลยมีใส่ไว้ในแผนที่เป็นจุดดูรอยเท้าสัตว์แบบเป็นทางการไปเลย
(มีหลายรอย เป็นของสัตว์ 2-3 ชนิดอยู่ใกล้ๆกัน .........ไม่รู้จงใจให้มาเหยียบรึเปล่า)
แล้วก็มีซากโบราณลึกลับด้วย .............โม้น่ะครับ จริงๆก็แค่ฝาท่อระบายน้ำ :P
หลังจากนั้นก็ต้องขึ้นเขาต่อ เลือกได้ว่าจะเดินหรือจะใช้ Chairlift แบบตอนเล่นสกี
ถ้าเดินจะใช้เวลาประมาณ 1 ชม. แถมขึ้นเขา .......ยอมจ่ายค่า Chairlift ดีกว่า
ถ่ายจากบนเขาลงไป Chairlift เลยดูเตี้ยๆ แต่จริงๆทั้งสูงและชัน (ถึงมีตาข่ายกั้นไง)
หลังจากขึ้นมาแล้วยังเดินต่อไปได้อีก แต่เป็นแบบปีนเขา ไม่มีทางเดินดีๆให้แล้ว
ตอนนั้นรู้สึกคิดถูกแล้วที่ใช้ Chairlift เหอๆ
บนเขามีกระรอกที่เป็นสัญลักษณ์ของ Kurodake Ropeway มากมาย
(มีสัญลักษณ์ 2 อย่าง อีกอย่างคือหนูที่เป็นลายบนตัวกระเช้า)
พอลงจากเขาก็แวะไปดูน้ำตกคู่ Ginga - Ryusei ที่ปีที่แล้วมาดูเป็นน้ำแข็ง แถมเงียบสนิท ไม่มีคน คราวนี้ทั้งคนเยอะ ทั้งร้านขายของเปิดเพียบ.......
น้ำตก Ginga เมื่อต้นปี 2008 .......ตอนนั้นเป็นน้ำแข็ง ไม่เป็นน้ำตกซักนิด
คราวนี้ Ginga กลายเป็นน้ำตกของจริงแล้ว
น้ำตก Ryusei ที่อยู่ติดกัน เป็นน้ำตกเล็กๆ
หลังจากนั้นก็กลับขึ้นรถไปที่ Asahikawa เพื่อกินอาหารแล้วก็นอน (รู้สึกจะสลับกับปีที่แล้วพอดีเลยแฮะ ปีที่แล้วนอนอยู่ที่ Sounkyo แล้วค่อยไปแวะ Asahikawa แต่ปีนี้แวะ Sounkyo ก่อนแล้วไปนอนที่ Asahikawa เหอๆ)
ข้างทางตอนจะออกจาก Sounkyo มีลำธารเล็กๆที่เหมือนจะไม่มีอะไรน่าสนใจ
แต่ผมยังจำได้.........
.......ว่าเมื่อปีที่แล้วที่ผมมา ตรงนี้เป็นสถานที่จัดงานเทศกาลน้ำแข็ง
ลำธารนี้ก็คือลำธารที่ไหลผ่ากลางงานเทศกาลน้ำแข็งเมื่อปี 2008 นั่นเอง
น่าเสียดายที่รอบนี้ไม่มีแล้ว (ฤดูร้อนมันจะมีเทศกาลน้ำแข็งได้ไงฟะ เหอะๆ)
7 Eleven สีน้ำตาล อยู่ตรงขอบทางออก Sounkyo
ปีที่แล้วรู้สึกจะไม่ได้ออกทางนี้เลยไม่เห็น เห็นแต่ Seicomart สีน้ำตาล
(ทุกอาคารใน Sounkyo จะใช้แต่ สีงา กับ สีน้ำตาล)
อาหารเย็นที่ Asahikawa เลือกที่จะกินซูชิเหมือนเดิม
ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งราเมง แต่ผมไม่คิดจะกินราเมงหรอก เหอๆ
วันนี้ก็หมดแล้วครับ ขอตัดจบแค่วันเดียวอีกครั้ง เพราะเดี๋ยวจะยาวเกิน ที่เหลือเอาไว้ต่อคราวหน้าซึ่งจะเป็นตอนสุดท้ายแล้วครับ ไม่มียืดแล้ว (ก็มันยืดจนไม่มีอะไรจะยืดแล้ว เหอะๆ)


แต่ที่เหลือก็เหมือนจะไม่มีอะไรนอกจากป่ากับหิมะ.. รึป่าวคะ
#1 By LittlE PuPPy on 2009-09-26 19:25