Hokkaido - August 2009 (Part 7)
posted on 03 Oct 2009 18:01 by srpggต่อจากสัปดาห์ที่แล้วครับ
Part 1 ( http://srpgg.exteen.com/20090901/hokkaido-august-2009-part-1 )
Part 2 ( http://srpgg.exteen.com/20090905/hokkaido-august-2009-part-2 )
Part 3 ( http://srpgg.exteen.com/20090909/hokkaido-august-2009-part-3 )
Part 4 ( http://srpgg.exteen.com/20090913/hokkaido-august-2009-part-4 )
Part 5 ( http://srpgg.exteen.com/20090920/hokkaido-august-2009-part-5 )
Part 6 ( http://srpgg.exteen.com/20090926/hokkaido-august-2009-part-6 )
ตอนนี้ก็มาถึงตอนที่ 7 ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายแล้วครับ อุตส่าห์ลงทุนยืดถ่วงเวลาให้ตอนจบได้เลขสวยๆเลยนะเนี่ย (.....จริงๆมันจบไม่ลง OTL )
วันที่ 9 อยู่แต่ใน Asahikawa
วันนี้เป็นวันร้อนๆหนาวๆครับ อากาศไม่ได้แปรปรวนอะไรหรอก แต่สถานที่ที่ไปมันมีทั้งร้อนทั้งหนาว แล้วก็ยังดีที่ฝนไม่ตก เพราะต้องเดินกลางแจ้งอยู่ในสวนสัตว์ Asahiyama ไปค่อนวันตั้งแต่เช้ายันเที่ยงด้วย
สวนสัตว์ Asahiyama นี่ถือว่าเป็นหนึ่งในสวนสัตว์ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่นเลยครับ และสวนสัตวนี้ก็เคยทำสถิติมีผู้เข้าชมมากกว่า 320,000 คนภายใน 1 เดือน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของสวนสัตว์ญี่ปุ่นมาแล้วด้วย .........แต่ผมเข้าไปแล้วรู้สึกว่ามันก็งั้นๆแหละ เหอๆ
ที่ว่ารู้สึกงั้นๆเกิดจากความรู้สึกส่วนตัว ไม่ได้เกิดจากการเปรียบเทียบกับสวนสัตว์อื่นแต่อย่างใด เพราะสวนสัตว์ Ueno ที่โตเกียวก็เคยไปครั้งเดียวตอนสมัยอนุบาล ส่วนสวนสัตว์เขาดิน เขาเขียว ซาฟารีเวิลด์ ก็ไม่ได้ไปตั้งแต่ประถมแล้วมั้ง สวนแพนด้าสัตว์เชียงใหม่ก็ยังไม่เคยไป ดังนั้นผมจึงแทบจะลืมหน้าตาของสวนสัตว์ไปหมดแล้วล่ะครับ
ที่จริงสวนสัตว์ Asahiyama นี้ก็ทำได้ดีนะ แต่ดีในด้านสิ่งก่อสร้าง คือมีลูกเล่นเยอะ ไม่ใช่แค่กรงสี่เหลี่ยม เช่น กรงหมาป่าจะมีช่องกระจกโค้งโผล่ขึ้นมาจากใต้ดินให้คนโผล่หัวขึ้นมาดูหมาป่าในระยะประชิด หรือ กรงลิงจะมีเสาให้ลิงปีนออกจากกรงด้านบนแล้วไต่ราวสูงๆข้ามหัวคนดูมาอีกฟากเพื่อไปหยิบอาหาร .........แต่ถ้าสัตว์ขี้เกียจทุกอย่างก็จบ เช่น คนโผล่หัวขึ้นมาแล้วไม่เห็นหมาป่าซักตัว ปรากฏว่ามันไปนอนหลับหลบแดดอยู่ริมกำแพง หรือ ลิงไม่หิวเลยเดินเล่นอยู่ในกรง ไม่ยอมออกมาเอาอาหาร ปล่อยให้คนดูยืนรอกันเป็นชั่วโมง แล้วสุดท้ายคนดูก็ต้องยอมแพ้เดินแยกย้ายกันไปตามทางปล่อยให้ลิงหลอกเจ้า(คนดู)เดินเล่นอยู่ในกรงต่อไป.......
นี่ยังไม่นับเรื่องจำนวนคนที่มาเที่ยวกันเยอะมากทั้งๆที่ไม่ใช่วันหยุด จนผมไม่อยากคิดว่าถ้ามาวันหยุดจะเป็นยังไง กับแดดที่ร้อนแรงใช้ได้เลย ถึงแม้จะเทียบกับไทยไม่ติด แต่มันก็ยังร้อนอยู่ดี ตอนนั้นเห็นเสาที่ติดป้ายไฟฟ้าบอกอุณหภูมิไว้ว่า 23 ํC ซึ่งก็ยังข้องใจมาจนถึงตอนนี้ว่าตัวเทอร์โมมิเตอร์มันติดอยู่บนเสานั้นด้วยรึเปล่า หรือว่าไปติดไว้ที่อื่นแล้วส่งข้อมูลเอา สงสัยจะวัดแต่อุณหภูมิอากาศจริงๆ ไม่ได้วัดอุณหภูมิแบบกลางแดด -_-
ขนาดไม่ใช่วันหยุดคนยังเยอะขนาดนี้
อากาศก็ร้อน เมฆในรูปเหมือนจะเยอะ แต่จริงๆแล้วตากแดดตลอด
แมวน้ำเกยตื้น.....เห็นนอนลอยตัวตะแคงติดขอบสระอยู่นิ่งๆ นึกว่าตายแล้ว
แต่ซักพักมันก็ว่ายน้ำตามปกติ สรุป .........แมวน้ำนอนตากแดด -_-
เป็นสวนสัตว์ที่ดีมากจริงๆ ขนาดที่จอดรถยังมีหมีขาวให้ดู :P
หลังจากเดินดูสัตว์ไปหลายชั่วโมง (ซึ่งก็ดูไม่ครบหรอก ไม่ใช่เพราะสวนสัตว์ใหญ่ แต่เป็นเพราะคนเยอะจัด จะดูทีก็ต้องต่อคิวยาวยังกะ Disneyland ทั้งๆที่แค่เดินเข้าไปดูแล้วเดินออกก็จบ ไม่รู้ทำไมแต่ละแถวยาวขนาดนี้) พอตอนเกือบๆจะบ่ายโมงก็ออกมาหาอาหารกลางวันข้างนอก เพราะร้านในสวนสัตว์คนเยอะมาก ขี้เกียจเบี่ยด กินเสร็จแล้วก็ไปต่อที่พิพิธภัณฑ์หิมะ (ถึงจะเป็นฤดูร้อนแต่ก็ยังคิดถึงหิมะนะ เหอๆ) จริงๆตรงนั้นมี 3 พิพิธภัณฑ์ติดกัน อีก 2 ที่เป็นพิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้าน กับ พิพิธภัณฑ์สิ่งทอ แต่ทุกคนพร้อมใจกันไม่เข้าเพราะไม่มีใครสนใจศิลปะ เหอๆ
ตอนที่เห็นพิพิธภัณฑ์หิมะครั้งแรกผมอึ้งมาก เพราะเห็นว่าเล็กนิดเดียว นึกว่าโดนหลอกให้มาดูของกระจอกซะแล้ว แต่พอเข้าไปจริงๆมีทางเดินเป็นบันไดวนลงไปใต้ดินประมาณ 4-5 ชั้น ถึงจะเจอของจริงซึ่งกว้างกว่าที่คิดเยอะ (ก็ข้างนอกเห็นเล็กกว่าบ้านคนอีก -_- ) ข้างในจะมีพวกรูปกับภาพยนตร์สารคดีที่เกี่ยวกับหิมะ แล้วก็มีห้องโถงสำหรับจัดงานต่างๆ เห็นมีโฆษณาจัดงานแต่งงานด้วย คงเผื่อไว้สำหรับคนที่อยากเป็นเจ้าหญิงหิมะละมั้ง
อันนี้เป็นพิพิธภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านหรือพิพิธภัณฑ์สิ่งทอก็ไม่รู้ ไม่ได้เข้า
เข้าแต่พิพิธภัณฑ์หิมะ ซึ่งไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เพราะกำลังช็อค -_-
อันนี้เข้ามาข้างในหายช็อคแล้ว เดินวนลงใต้ดิน 4-5 ชั้น จะเจอน้ำพุตรงทางเข้า
ประตูทางเข้า เข้ามาแล้วเย็นเฉียบมาก มองกลับออกไปจะเห็นน้ำพุ
ที่เย็นเฉียบเพราะตรงทางเดินเป็นกระจก ข้างนอกเป็นน้ำแข็งทั้งหมด
(ดูแล้วคงไม่ใช่น้ำแข็งธรรมชาติ น่าจะเป็นห้องเย็นทำน้ำแข็งขนาดยักษ์มากกว่า)
ห้องรวมภาพเกล็ดหิมะ ถ่ายจากของจริงแล้วเอามาขยาย
เกล็ดหิมะแต่ละเกล็ดจะต่างกัน แต่มีจุดที่เหมือนกันคือจะต้องมี 6 แฉก (เป็นส่วนใหญ่)
ห้องดูภาพยนตร์สารคดีเกี่ยวกับหิมะ ให้กดปุ่มเปิดแล้วนั่งดู มีเยอะมาก
ถ้าจะดูจริงๆคงดูได้เป็นวัน แต่ผมดูนิดเดียวเพราะญี่ปุ่นล้วน ฟังไม่รู้เรื่อง เหอะๆ
ห้องโถงสำหรับจัดงาน หรูมาก
ใครสนใจจะแต่งงานที่นี่ก็บอกผมได้นะครับ ผมยินดีรับฟัง (ฟังเฉยๆ ไม่ได้ช่วยอะไร :P )
ข้างหลังจะมีห้องอาหารสำหรับจัดงานเลี้ยงด้วย
หลังจากนั้นก็ออกไปที่พิพิธภัณฑ์เหล้าสาเก Otokoyama ซึ่งจริงๆเป็นทั้งสำนักงานทั้งโรงงานเลยมั้ง ส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์เป็นแค่อาคารเล็กๆ มีพวกอุปกรณ์ที่ใช้ผลิตในอดีตนิดหน่อย พอดูเสร็จก็มีเหล้าสาเกขายพร้อมให้ชิมฟรี แต่พนักงานเล่นถามตั้งแต่แรกว่ามาจากไหน มายังไง พอบอกว่าขับรถมาเองเค้าก็บอกว่าคนขับรถห้ามชิมนะ (ไม่รู้ว่าเค้าจริงจังกับเรื่องเมาไม่ขับ หรือเป็นแผนล่อให้คนซื้อกลับไป เพราะชิมของฟรีตรงนี้ไม่ได้ แต่ตอนโรงไวน์ที่ Furano ก็ไม่เห็นห้ามอะไร) แต่เนื่องจากผมเป็นเด็กดีไม่กินเหล้าอยู่แล้วก็เลยบอกไปว่าผมเป็นคนขับรถเอง แล้วให้พ่อที่เป็นคนขับรถตัวจริงชิมแทน ทำตัวเป็นลูกที่ดี .....แต่เป็นคนเลว ทั้งพูดปด ทั้งสนับสนุนให้คนอื่นดื่มสุรา :P ก็เห็นว่ามันถ้วยเล็กนิดเดียว อึกเดียวก็หมดแล้ว ไม่เป็นไรหรอก(มั้ง เหอๆ) เสร็จแล้วแล้วก็ออกไปหาอาหารเย็น แล้วก็กลับโรงแรม หมดไปอีกวัน
ภายในพิพิธภัณฑ์เหล้าสาเกมีโรงงานด้วย
ข้างโรงแรมมีถนนสำหรับให้คนเดิน ตอนกลางคืนมีประดับไฟเป็นทางยาวเลย
วันที่ 10 จาก Asahikawa ไปสนามบิน Shin-Chitose
วันนี้ไม่ได้ทำอะไรครับ ออกจากโรงแรมวิ่งตรงไปสนามบิน Shin-Chitose อย่างเดียว จริงๆที่ Asahikawa ก็มีสนามบิน แต่ไม่มีสายการบินที่ต้องการก็เลยจำเป็นต้องวิ่งยาวกลับไป Sapporo (ถึงจะเป็นเรื่องจำเป็น แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนโง่ๆยังไงก็ไม่รู้ -_- ) พอไปถึงสนามบินก็เอารถไปคืนแล้วกลับมาขึ้นเครื่องกลับบ้าน จบ
ดอกไม้ริมถนน มีปลูกแบบนี้แทบทุกเมือง อันนี้ธรรมดามาก มีที่เจ๋งกว่านี้มากมาย
.........แต่ไม่ได้ถ่าย เพราะกลัวเมมฯเต็ม เหอๆ นี่วันสุดท้ายแล้วเลยถ่ายได้
ลานสกี เห็นแล้วคิดถึงฤดูหนาว คิดถึงหิมะ คิดถึงสกี อยากเล่นสกี ฯลฯ
ที่ไปคราวนี้ได้เห็นลานสกีมากกว่าฤดูหนาวอีก เพราะฤดูหนาวมีแต่หิมะ
เวลาไปจะเห็นแต่มภูเขาสีขาว ไม่รู้หรอกว่าตรงไหนลานสกีตรงไหนป่า
หมดแล้วครับสำหรับตอนสุดท้าย จากเดิมที่ตั้งใจให้จบ 5 ตอนภายใน 1 เดือน กลายเป็นเกินมา 2 ตอน กับ 3 วัน จริงๆก็พยายามจะอัพตอนสุดท้ายนี้ให้ทันวันที่ 30 ก.ย. แล้ว แต่ก็ไม่ไหว ต้องรออัพวันเสาร์อยู่ดี -_-
ก็เป็นอันว่า Hokkaido 2009 จบสมบูรณ์เรียบร้อย การเดินทางครั้งนี้ก็จบลงพร้อมกับพาสปอร์ตเล่มที่ 3 ที่กำลังจะหมดอายุ พอกลับมาก็เลยไปทำเล่มใหม่เรียบร้อยแล้ว พึ่งสังเกตตอนไปนี่แหละว่าพาสปอร์ตเล่มนี้ถูกใช้ครั้งแรกคือไปญี่ปุ่น ครั้งสุดท้ายนี้ก็ไปญี่ปุ่น พาสปอร์ตทั้งเล่มมีแต่วีซ่าญี่ปุ่น..... (ประเทศอื่นมีแต่ไม่ต้องใช้วีซ่า) ก็รู้สึกขำๆอยู่เหมือนกัน เหอะๆ
จบจริงๆละครับ เอาไว้พบกันใหม่ใน Hokkaido 2010 ....................ไม่ใช่ละ (มันจะมีมั้ยนั่น เหอๆ) ไว้พบกันใหม่ใน entry ถัดไปครับ

น่ารักดีค่ะ

#1 By \ MEIJI / on 2009-10-03 18:54